เชียร์ซื้อปิโตร-โรงกลั่น ทิ้ง DELTA ถล่ม MINT

เชียร์ซื้อปิโตร-โรงกลั่น ทิ้ง DELTA ถล่ม MINT

HoonSmart.com>>หุ้นไทยเจอศึกในศึกนอกถล่มยับ  ดัชนีดิ่ง 21 จุดหรือ 1.66% หลุด 1,250 จุด แนะกลยุทธ์สู้ม็อบ ช้อปหุ้นราคาถูก กำไรเทิร์นอะราวด์  โรงกลั่น ชู TOP-SPRC  ส่วนปิโตรเคมี โกลด์แมน แซคส์-นักวิเคราะห์ไทยเชียร์ PTTGC  เครดิตสวิสแนะซื้อ CPF ประสานเสียงขาย DELTA ลากอิเล็กทรอกนิส์ HANA-KCE ลงตาม ยุโรปเจอล็อกดาวน์ พ่นพิษธุรกิจโรงแรม MINT โดนเต็มๆ   

 

ตลาดหุ้นไทยทรุดหนักในช่วงบ่าย เจอหุ้นยุโรป-ดาวโจนส์ล่วงหน้าดิ่ง ซ้ำเติมสถานการณ์การชุมนุมในประเทศ ทุบดัชนีปิดที่ระดับ 1,242.96 จุด -21.03 จุด หรือ -1.66% มูลค่าการซื้อขาย 54,209.15 ล้านบาท สถาบันไทยถล่มยับ 2,114 ล้านบาท ต่างชาติร่วมด้วย 1,739 ล้านบาท นักลงทุนไทยช้อน 3,787 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้น มีแรงขายกระจายในหุ้นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้นเกี่ยวเนื่องท่องเที่ยว ยังลงหนัก  เช่น MINT  ปิดที่ 18.70 บาท ทรุด 4% เพราะมีโรงแรมหลายแห่งในยุโรป เจอการล็อกดาวน์มากขึ้น  ขณะที่แบงก์  โรงกลั่น และปิโตรเคมีปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งกว่าตลาด

สำหรับกรณีรัฐบาลประกาศ พรก.ฉุกเฉิน บล.บัวหลวงคาดว่าจะทำให้เกิดแรงขายของต่างชาติในระยะสั้น คล้ายกับสถานการณ์การชุมนุมช่วงปี 2552-2553 ช่วงพีคในเดือน มี.ค.-พ.ค.53 ดัชนีลดลงจาก 815 จุด เหลือ 715 จุด ราว 11% แต่ในสถานการณ์นี้ หากควบคุมได้เร็ว และไม่เกิดความรุนแรงบานปลายกระทบภาคธุรกิจ เหมือนตอนปี 53 คาดดัชนีฯ จะไม่ได้ลงแรงเท่ากับปี 2553

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ เลือกซื้อรายตัว หันหัวเรือเข้าเก็บหุ้นที่มีรายได้จากต่างประเทศเป็นหลัก รวมถึงหุ้นกลาง-เล็ก ที่หลบแรงขายต่างชาติ ในช่วงนี้ไปก่อน
นอกจากนี้ยังคงคำแนะนำซื้อ CPF ราคาเป้าหมาย 38.75 บาทปัจจุบันเทรดอยู่ในโซนถูก P/E ปี64 ที่ 9.2 เท่า เทียบกับระยะยาวที่ 13 เท่า และได้ปรับประมาณการกำไรหลักปีนี้ขึ้น 10% มาที่ 2.2 หมื่นล้านบาท คาดไตรมาส 3 มีกำไรสุทธิ 6.5 พันล้านบาท เช่นเดียวกับบล. ทิสโก้ ราคาเป้าหมาย 38 บาท  กำไรไตรมาส 3 โตขึ้นมาก บล.เครดิตสวิส ก็แนะนำให้ซื้อ CPF และขาย DELTA

สำหรับหุ้นปิโตรเคมี นำโดย PTTGC ที่ราคาพุ่งแรงสวนทางตลาด โดยปิดที่ 41.75 บาท+2.45% ส่วนหนึ่งเกิดจากบริษัทหลักทรัพย์โกลด์แมน แซคส์ กลับมาแนะนำ”ซื้อ”ด้วยราคาเป้าหมาย 50 บาท  จากเดิมแนะ”ขาย”ราคาเป้าหมาย 36 บาท  ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์ไทยที่ส่วนใหญ่แนะนำให้ซื้อ หลังจากราคาปรับตัวลงไปมามาก

ขณะที่บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย)แนะนำซื้อหุ้น TOP มองราคาหุ้นต่ำกว่าพื้นฐานมาก ให้ราคาเป้าหมาย 47 บาท และผู้บริหาร TOP คาดในครึ่งหลังปีนี้จะไม่มีบันทึกผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน เพราะราคาน้ำมันดิบผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่อ เม.ย.-พ.ค.63

ส่วนบล.เคจีไอ แนะนำซื้อ SPRC คาดไตรมาส 3/63 รายงานกำไรสุทธิ 221 ล้านบาท เทิร์อะราวด์จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ชะลอจากไตรมาส 2 จากค่าการกลั่นอ่อนตัวลง แต่ได้อานิสงส์ กำไรสต๊อก และไตรมาส 4 ผลการดำเนินหลักจะฟื้นตัวตามค่าการกลั่น หลังจากไตรมาส 3 เป็จุดต่ำสุด จากความต้องการพลังงานสำหรับภาคการขนส่งพ้นจุดต่ำสุด และจะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่เริ่มฟื้นแล้ว