KTAM ส่งทริกเกอร์ฟันด์ขายตั้งเป้า 5% ภายใน 6 เดือน คาดหุ้นสิ้นปี 1,350 จุด

KTAM ส่งทริกเกอร์ฟันด์ขายตั้งเป้า 5% ภายใน 6 เดือน คาดหุ้นสิ้นปี 1,350 จุด

HoonSmart.com>> บลจ.กรุงไทย จับจังหวะออก “ทริกเกอร์ฟันด์” ลงทุนหุ้นไทย ตั้งเป้า 5% ภายใน 6 เดือน เปิดขายตั้งแต่วันนี้-8 ต.ค.63 คาดดัชนีหุ้นไทยสิ้นปี 1,350 จุด เป้าหมายปี 64 มอง 1,470 จุด

ชวินดา หาญรัตนกูล

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เดือนมี.ค.2563 ที่ผ่านมา ดัชนี SET Index และดัชนีตลาดหุ้นสำคัญทั่วโลกมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 30% จากจุดต่ำสุด จากแนวโน้มของเศรษฐกิจทั่วโลกที่เริ่มกลับมาฟื้นตัวหลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัส COVID -19 ทำให้หลายธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ และมีทิศทางฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเป็นระยะๆ และมีการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ต่ำของธนาคารกลางทั่วโลก โดยคาดการณ์ว่าเป้าหมายดัชนี SET Index ปี 2563 และ ปี 2564 เมื่อพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานแล้ว จะอยู่ที่ระดับ 1,350 จุด และ 1,470 จุด ตามลำดับ ส่งผลให้ราคาของหุ้นหลายตัวปรับตัวลดลงกว่ามูลค่าตามปัจจัยพื้นฐาน และอาจมีการปรับคาดการณ์กำไรหากสถานการณ์การแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัส COVID -19 ดีขึ้นเรื่อยๆ

บลจ.กรุงไทยมอง เป็นจังหวะที่ดีสำหรับการเปิดจำหน่าย กองทุนเปิดกรุงไทย ทริกเกอร์ ฟันด์ 4 (KT-TRIG4) มูลค่าหน่วยลงทุนเป้าหมายของกองทุนดังกล่าวไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทนจากการลงทุน และผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนนี้ในช่วงเวลา 6 เดือนได้ ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก โดยเสนอขายตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 8 ต.ค.2563 เงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท โดยกองทุนดังกล่าวมีมูลค่าหน่วยลงทุนเป้าหมายอยู่ที่ 5% ภายในระยะเวลา 6 เดือน

กองทุน KT-TRIG4 มีนโยบายในการกระจายเงินลงทุนของกองทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก และ/หรือลงทุนในหลักทรัพ์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างได้ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้ โดยผู้จัดการกองทุนจะปรับสัดส่วนการลงทุนได้ในสัดส่วนตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึงร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเพื่อให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ กองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) และมีกลยุทธ์ในการจับจังหวะการลงทุน (Market Timing) โดยพิจารณาจากระดับราคาหุ้นที่จะเข้าลงทุนเพื่อมุ่งหวังผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีชี้วัด หรือแบบ Active Management และยังเลือกลงทุนหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีราคาตามปัจจัยพื้นฐานที่เหมาะสม (Bottom Up Approach)

“ในช่วงเวลานี้ เป็นจังหวะที่ดีสำหรับโอกาสลงทุนใน กองทุน KT-TRIG4 เพื่อการสร้างมูลค่าหน่วยลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เนื่องจาก ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ มีการปรับตัวลดลงค่อนข้างแรง ดังนั้น กองทุน KT-TRIG4 จึงตอบโจทย์แก่นักลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนในการลงทุนระยะสั้นจากการจับจังหวะตลาดหลักทรัพย์นั่นเอง” นางชวินดา กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการเลิกกองทุน และพิจารณารับซื้ออคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติทั้งหมดภายใน 5 วันทำการ ตามเงื่อนไขในการเลิกกองทุน ในกรณีที่ มูลค่าหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 10.5555 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 3 วันทำการติดต่อกันขึ้นไป และทรัพย์สินของกองทุนที่จะซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติจะต้องเป็นเงินสด หรือเทียบเท่าเงินสดทั้งหมด หรือ เมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 10.5555 บาท และทรัพย์สินของกองทุนเป็นเงินสดหรือเทียบเท่าเงินสดทั้งหมด ณ วันทำการใด หรือในกรณี ณ วันทำการใดก็ตามที่ทรัพย์สินของกองทุนเป็นเงินสดหรือเทียบเท่าเงินสดบางส่วน หรือทั้งหมด และสามารถรับซื้อคืนได้ไม่ต่ำกว่าอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด โดยมูลค่าหน่วยลงทุนที่คืนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 105 ของมูลค่าที่ตราไว้ (10 บาท)

อย่างไรก็ตาม หากไม่เกิดเหตุการณ์ที่มูลค่าหน่วยลงทุนเพิ่มขึ้นจนเป็นเหตุให้เลิกกองทุนภายใน 6 เดือน นับจากวันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม บริษัทจะเปิดให้ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถทำการขายคืนหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการตามที่บริษัทกำหนด และหาก ณ วันใดก็ตามที่กองทุนเข้าเงื่อนไขการเลิกกองทุนตามที่บริษัทกำหนด บริษัทขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกกองทุนตามเหตุการณ์ดังกล่าว