ASPS ชี้ “ชอร์ตเซล” เกณฑ์ปกติวันแรกพุ่ง 3 เท่า แนะ 8 หุ้นเล็กพื้นฐานปึ๊ก

HoonSmart.com>> บล.เอเซีย พลัส เผย “ชอร์ตเซล” เกณฑ์ปกติวันแรกพุ่ง 3 ตัว แตะ 2.1 พันล้านบาท 5 หุ้นถูกชอร์ตเซลสูงสุด “KBANK-MINT-AOT-PTTEP” คาดกดดันตลาด โดยเฉพาะหุ้นบิ๊กแคป แนะ 8 หุ้นเล็กพื้นฐานแกร่ง ด้านบล.ทรีนีตี้ คาดชอร์ตเซลกดดันหุ้นบิ๊กแคป ราคาสูง แนวโน้มกำไรอ่อนแอ

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASPS) เปิดเผยว่า วานนี้ (1 ต.ค.63) ตลาดหุ้นปรับเกณฑ์ Short Sales และ Ceiling & Floor กลับมาเป็นปกติ ทำให้ตลาดหุ้นมีความผันผวนมากขึ้นกว่าในช่วงก่อนหน้า เริ่มจากปรับเกณฑ์ Short Sales เป็น Zero Plus Tick เป็นวันแรก ทำให้ปริมาณการ Short Sales เพิ่มขึ้นมากว่า 3 เท่า จาก 595 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 2.11 พันล้านบาท และมีหุ้น 10 อันดับแรกที่มีมูลค่าการ Short Sales มากสุด คือ KBANK, MINT, AOT, PTTEP, CPF, TRUE, PTT, GULF, BANPU และ GPSC

ทั้งนี้ สังเกตได้ว่า หุ้นส่วนใหญ่ยังเป็นหุ้นที่ถูก Short Sales ปริมาณมากในช่วงก่อนหน้าตามที่ฝ่ายวิจัยนำเสนอ

อย่างไรก็ตามแต่ปัจจุบันยังมี Momentum ในการ Short Sales มากขึ้นหลายเท่าตัว เมือเทียบกับปริมาณการ Short Sales ในวันก่อนหน้า ขณะที่ราคาน้ำมันลงแรงเกือบ 5% ในคืนที่ผ่านมา กดดันให้หุ้นน้ำมันมีโอกาสถูก Short Sales มากขึ้น ถือเป็นปัจจัยที่กดดัน SET Index ระยะสั้น

ส่วนการที่ตลาดปรับเกณฑ์ Ceiling & Floor จาก +/- 15% เป็น 30% เป็นวันแรก ทำให้เริ่มหุ้นที่มีการแกว่งตัว +/- เกิน 15% บ้างแล้ว โดย CHO เพิ่มขึ้น 22% ขณะที่ K ลดลง 16.3% และ JCKH ลดลง 21.1%

ดังนั้นการปรับเกณฑ์ Short Sales และ Ceiling & Floor กลับมาเป็นปกติ มีส่วนทำให้ SET Index ผันผวน และกดดันการปรับตัวขึ้นได้ โดยเฉพาะหุ้นที่มีขนาดใหญ่ ดังนั้นกลยุทธ์แนะนำลงทุนในหุ้นขนาดเล็กพื้นฐานแข็งแกร่งที่ไม่ถูก Short Sales

ด้านบล.ทรีนีตี้ มองว่า มูลค่าการชอร์ตเซลเมื่อวานนี้กระโดดสูงขึ้นทันทีมาอยู่ระดับ 2,100 ล้านบาท สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค.ที่ผานมา หากคัดเลือกเฉพาะหุ้นที่มีมูลค่าการชอร์ตเซลสูงกว่าระดับ 1 ล้านบาทขึ้นไปจะพบว่าหุ้นที่มีสัดส่วนการชอร์ตเซลสูงสุดเมื่อวานนี้ 10 อันดับแรก ได้แก่ STEC, CENTEL, TRUE, TMB, MAJOR, TOA, CKP, BPP, MINT

อย่างไรก็ตามมองว่ามูลค่าการชอร์ตเซลมีโอกาสที่จะยืนแถวระดับ 2 พันล้านบาทต่อไปเรื่อยๆ จากระดับ Valution ของ SET ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะเป็นปัจจัยจำกัด Upside ของ SET Index ที่สำคัญต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นขนาดใหญ่ที่มี Valution สูงและมีแนวโน้มผลประกอบการอ่อนแอ เช่น กลุ่มท่องเที่ยว เป็นต้น