ส่งออกมี.ค.พุ่งสูงสุด อิเล็คฯ-ITCเด่น ‘คนละครึ่ง พลัส”แจก 4 พันบ./คน ช้อป มิ.ย.

HoonSmart.com>>ข่าวดี!ประเทศไทย ส่งออกมี.ค.พุ่งสูงสุด 1,087,460 ล้านบาท โต 18.7% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 นักวิเคราะห์แจกหุ้นเด่น ITC-HANA บล.ฟิลลิปแถมอีก 9 ตัว ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาดส่งออกปี 69 โตกว่า 3% แรงหนุนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขาขึ้น “เอกนิติ” คาด “คนละครึ่ง พลัส” เริ่มใช้จ่าย มิ.ย.แจกเดือนละ 1,000 บาทเป็นเวลา 4 เดือน ความหวังสหรัฐฯ-อิหร่านเจรจายุติสงคราม ดันดัชนี S&P 500 -Nasdaq สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทองคำโลกทะลุ 4,700 เหรียญ 

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนมี.ค.2569 มีมูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,087,460 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ที่ 18.7% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 19.3%

ปัจจัยสำคัญมาจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เติบโตตามความต้องการเทคโนโลยี AI และ Data Center รวมถึงสินค้าเกษตรและอาหารศักยภาพ เช่น ทุเรียนสด มังคุดสด อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป น้ำตาลทราย และเครื่องเทศสมุนไพร ที่ยังขยายตัวได้ดีในหลายตลาด

“ตัวเลขส่งออกที่ทำสถิติสูงสุดครั้งนี้ สะท้อนศักยภาพสินค้าไทยในตลาดโลก โดยรัฐบาลจะเดินหน้ารักษาแรงส่งนี้ต่อเนื่อง ทั้งการเปิดตลาดใหม่ สนับสนุนสินค้าที่มีศักยภาพ และติดตามความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การค้าไทยเติบโตได้อย่างมั่นคง รวมไตรมาสแรก ส่งออกมีมูลค่า 96,169.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 17.6% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 105,646.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 32.4% ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุล 9,476.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ”น.ส.ลลิดากล่าว

สินค้าอุตสาหกรรมยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยเดือนมีนาคมขยายตัว 21.4% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 34.2% เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 166.6% อัญมณีและเครื่องประดับไม่รวมทองคำ ขยายตัว 86.4% รวมถึงเครื่องจักรกล เหล็ก และหม้อแปลงไฟฟ้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง

ด้านตลาดส่งออกสำคัญยังเติบโตได้ดี โดยตลาดสหรัฐฯ ขยายตัว 41.9% สหภาพยุโรป ขยายตัว 21.9% ญี่ปุ่น ขยายตัว 9.1% และอาเซียน 5 ประเทศ ขยายตัว 25.0% ขณะที่ตลาดเอเชียใต้ขยายตัวสูงถึง 123.3% และทวีปออสเตรเลียขยายตัว 56.2%

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังติดตามความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความไม่สงบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่เริ่มกระทบการขนส่งและทำให้ตลาดตะวันออกกลางหดตัว รวมถึงความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานและมาตรการทางการค้าใหม่ของสหรัฐฯ

หุ้นส่งออกโดดเด่นหนุนกำไร Q1/69

บล.กรุงศรี ระบุว่า บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น (ITC) ปรับขึ้น 2.03% หรือ 0.30 บาท ปิดที่ 15.10 บาท เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้รับจิตวิทยาบวกหนุนจากยอดส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงขยายตัว 7 เดือนต่อเนื่อง เดือน มี.ค.เพิ่มขึ้น 4%จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) รวม 3 เดือนแรกเติบโต 5.5% คงมุมมองบวกต่อ ITC แนะนำซื้อ มูลค่าเหมาะสม 20 บาท ) เป็น Top Pick ของกลุ่ม เนื่องจากโครงสร้าง FOB และนโยบายล็อคต้นทุนล่วงหน้า 3-6 เดือน ทำให้มี cost inflation resilience สูงกว่ากลุ่มฯ ขณะที่ Valuation ยังน่าสนใจ พร้อม upside จาก M&A บนฐานเงินสดราว 1 หมื่นล้านบาทและไม่มีภาระหนี้

นอกจากนี้หุ้น HANA ก็ปรับขึ้น 2.54% มีจิตวิทยาบวกหนุนจากยอดส่งออกชิ้นส่วนโตดี อาทิ โทรศัพท์และส่วนประกอบขยายตัว 10 เดือน เดือน มี.ค. +166.6% รวม 3 เดือน+189%), เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ขยายตัว 24 เดือนติด เดือน มี.ค. +34.2%YoY ( 3 เดือน +47.8%) หม้อแปลงไฟฟ้า ขยายตัว 18 เดือนติด เดือน มี.ค.+29.6%(3 เดือน +35.9%) จิตวิทยาบวกหุ้นกลุ่มชิ้นส่วน

อย่างไรก็ตามภาพรวมตลาดยังได้รับแรงปัจจัยกดดันหลักๆยังคงมาจากสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านที่ยังไม่แน่นอน และประเด็นตลาดยังกังวลกระแส MSCI ปรับเกณฑ์ Free Float รอบเดือน พ.ค. ส่งผลให้หุ้นไทยมีโอกาสถูกลดน้ำหนัก ยังกดดันหุ้นขนาดใหญ่ อาทิ DELTA, AOT ฯลฯ

บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) มองยอดส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงโตต่อเนื่อง 7 เดือน โดยเดือนมี.ค.โตที่ 4% YoY คาดจะสะท้อนผ่านงบของ ITC ไตรมาสที่ 1/2569 ดี

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ราคาหุ้นที่เกี่ยวข้องเช่นในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ และไก่แปรรูป เริ่มมีการปรับตัวขึ้น จึงยังสามารถเข้าเก็งกำไรในช่วงสั้นๆได้

หุ้นรับอานิสงส์สินค้าส่งออกขยายตัว : ITC, CPF, TFG, GFPT, BTG, HANA, KCE, TVO, UVAN, PCE, KSL

คาดส่งออกปี 69 โตเกิน 3%อิเล็คทรอนิกส์ขาขึ้น

บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า การส่งออกไทยในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวไม่ต่ำกว่ากรณีฐานของกระทรวงพาณิชย์ที่ 3% แม้ว่าการส่งออกไปตลาดตะวันออกกลางจะหดตัวจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เดือนมี.ค.-57.1%YoY แต่ความต้องการอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวเนื่องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล (data center) ยังหนุนการส่งออกไทยมากกว่าที่ประเมิน ได้แก่ คอมพิวเตอร์ (ไม่รวม HDDs) และอุปกรณ์สื่อสาร  ขณะที่การนำเข้าก็คาดว่าจะขยายตัวสูงกว่าที่เคยประเมินไว้เช่นกันตามการส่งออกที่ยังขยายตัวดี ส่งผลให้ดุลการค้า (ฐานศุลกากร) มีแนวโน้มขาดดุลมากกว่าที่เคยคาดการณ์

การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังขยายตัวสูงที่ 43.8%YoY แม้ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของการส่งออกไทย (contribution to growth 9.2%)  คาดว่าวัฏจักรความต้องการสินค้ายังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยการส่งออกของเกาหลีใต้ในช่วง 20 วันแรกของเดือนเม.ย. ขยายตัวสูง 49.4%YoY มาจากอุปสงค์เซมิคอนดักเตอร์ที่แข็งแกร่ง

การเร่งส่งออกสินค้าบางรายการที่เคยถูกสหรัฐฯ เก็บภาษี Reciprocal tariffs อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าไปยังสหรัฐฯ ขยายตัวเร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 28.6%YoY โดยการส่งออกสินค้าไปยังตลาดดังกล่าวคาดว่าจะเร่งตัวต่อเนื่องจนกว่าสหรัฐฯ จะมีการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม นอกจากนี้ การส่งออกไปยังสหรัฐฯ ยังได้รับปัจจัยหนุนชั่วคราวจากการส่งออกสินค้าในหมวดอากาศยานที่ขยายตัวเกินกว่า 2,000%

แนวโน้มการส่งออกไปยังตลาดตะวันออกกลางคาดว่าจะหดตัวต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 2/2569 จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

“คนละครึ่ง พลัส” เริ่มมิ.ย.จ่ายเดือนละ 1,000 บาท 4 เดือน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวว่าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ภายใต้ “ไทยช่วยไทยพลัส”ว่า จะเริ่มให้ลงทะเบียนภายในเดือนพ.ค.นี้ ผ่านระบบ “เป๋าตัง” และตั้งใจว่าจะเริ่มดำเนินการในเดือนมิ.ย. โดยรัฐออกให้ 60% ประชาชนออก 40% เบื้องต้นวางแผนจะจ่ายเป็นรายเดือน ๆ ละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังในความเป็นไปได้ของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เพื่อยุติสงคราม และการพุ่งขึ้นของหุ้น Intel ซึ่งส่งผลให้หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

ความหวังเรื่องการเจรจารอบ 2 ยังหนุนให้ราคา Gold Spot ทะยานขึ้นเหนือ 4,700 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ซื้อขายที่ 4,725.40 เหรียญ  ทำให้ราคาในประเทศเพิ่มขึ้นบาทละ 250 บาท ทองแท่งรับซื้อ 72,000 บาท และขายออก 72,200 บาท