“ชัชชญา ไตรตระกูลชัย” นักธุรกิจหญิงผู้หลงรักความเร็ว “แมคลาเรน”

“ชัชชญา ไตรตระกูลชัย” นักธุรกิจหญิงผู้หลงรักความเร็ว “แมคลาเรน”

HoonSmart.com>>”กิ๊ฟ – ชัชชญา ไตรตระกูลชัย ” นักธุรกิจหญิงอายุน้อย หลายพันล้านบาท ผู้ที่หลงรักความเร็วกับซุปเปอร์คาร์ “แมคลาเรน ” 

 

กิ๊ฟ-ชัชชญา ไตรตระกูลชัย นักธุรกิจเทรดดิ้งปาล์มน้ำมัน รายใหญ่ ของภาคใต้ก็ไม่ผิดนัก  ด้วยยอดขายแต่ละปี 6-7 พันล้านบาท เธอเคยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และอดีตผู้บริหาร บริษัท โอเชี่ยน คอมเมิร์ช (OCEAN) อาจจะเรียกได้ว่า เธอเป็นนักธุรกิจหญิง ที่มีอายุน้อย แต่มูลค่าใกล้หมื่นล้านบาท

บทบาทการเป็นนักธุรกิจ ผู้บริหาร ของธุรกิจน้ำมันปาล์ม ตั้งแต่ช่วงวัยกลาง ๆ ของอายุ 20 ปี เก็บเกี่ยวประสบการณ์การเป็นนักค้าน้ำมันมาร่วม 30 ปี จากเด็กสาววัยรุ่น ที่เข้าไปขอออเดอร์ส่งปาล์มน้ำมัน โดยใช้ความน่าเชื่อถือ ความพร้อมในการขนส่ง และการเงิน ทำให้เธอเป็นเจ้าแม่เบอร์ 1 ค้าน้ำมันปาล์ม

ปัจจุบันเธอยังเป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  “พารากอน 31 ” บนถนนสุขุมวิท ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานและห้องหรูให้เช่า  รวมถึงอาคารสำนักงานห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุม บนถนนพระราม 2

เธอยอมรับว่า พ่ายแพ้กับตลาดหุ้น หลังจากที่เธอเข้ามาลงทุนซื้อหุ้นใหญ่ใน OCEAN และนำธุรกิจเทรดดิ้งน้ำมันปาล์ม  เข้ามาใน OCEAN  แต่ปัจจุบันเธอยอมจำนนกับเกมส์หุ้น แต่สิ่งที่เธอไม่ยอมแพ้ นั่นคือ ความเร็ว ที่เธอหลงรักรถหรูซุปเปอร์คาร์

วันว่าง “กิ๊ฟ-ชัชชญา” และครอบครัว มักจะพาลูกรัก “แมคลาเรน” คันเขียวคู่ใจออกทัวร์ในกลุ่มรถ “แมคลาเรน” เป็นการพักผ่อนกับครอบครัว ทำในสิ่งที่รักและชอบ แม้ว่ารถหรูจะมีราคาที่สูงระยับสำหรับคนทั่วไป แต่ที่เธอหลงไหลในความเร็ว เพราะสิ่งที่เธอลงมือ-ลงแรงทำมาตลอด ถือเป็นรางวัลความสำเร็จที่ให้กับตัวเธอเอง เพิ่มเติมความหรูเป็นรางวัลชีวิตให้กับแลมโบกินี่ สีเหลืองไว้ขับชิล ๆ รับส่ง-ลูก อีก 1 คัน

สำหรับธุรกิจนั้น ” กิ๊ฟ-ชัชชญา” เธอก็เร็วและแรงไม่แพ้ “แมคลาเรน”  หลังจากที่พ่ายแพ้กับเกมส์หุ้น เธอตั้งสติ กลับมาคิดใหม่ ทำใหม่ ถอยหลังกลับไปตั้งหลัก ทำธุรกิจที่เธอถนัด โดยเธอยอมรับว่า บทเรียนที่ได้จากตลาดหุ้น ทำให้เธอผู้มีความมั่นใจสูง เย่อหยิ่ง ต้องกลับมาทบทวนและพบว่า ตัวเธอเอง ไม่เหมาะสมกับตลาดทุน (ณ เวลานั้น) ควรกลับมาทำธุรกิจหลักค้าขายน้ำมันปาล์ม  ตามเดิมซึ่งเป็นงานถนัด และเป็นธุรกิจที่ไปได้ดี  และอาจไม่ใช่เวลาที่เธอจะนำบริษัทค้าน้ำมันปาล์มที่เธอมีอยู่ 2 – 3 บริษัท เข้าตลาดหุ้น แต่จะดีที่สุดเมื่อถึงเวลาแล้วนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นทางตรง

กิ๊ฟ-ชัชชญา บอกว่า เธอกำลังซุ่มลงทุนต่อยอดธุรกิจปาล์มน้ำมัน เพื่อความยั่งยืนในอนาคตของธุรกิจ โดยยังอยู่ในสายธุรกิจปาล์มน้ำมัน ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ภายใน 2 ปีจากนี้ จะเห็นความชัดเจน

” ธุรกิจค้าน้ำมันปาล์มของกิ๊ฟ ไปได้ดี แม้ว่าจะพ่ายแพ้กับตลาดทุน แต่ทำให้กิ๊ฟ กลับมาตั้งสติกับธุรกิจหลักน้ำมันปาล์มที่เราถนัด โดยพบว่าสามารถแตกไลน์ไปสู่ธุรกิจพลังงาน ซึ่งเป็นการต่อยอดให้ธุรกิจให้ยั่งยืนในอนาคต ถึงเวลานั้น คิดว่าจะกลับเข้าสู่ตลาดทุนด้วยการนำบริษัทค้าน้ำมันปาล์ม เข้าตลาดหุ้น ”