กลุ่มปตท.พลิกกำไร 22,010 ลบ. PTT โกย12,053 ลบ.ตามคาด Q2/63

กลุ่มปตท.พลิกกำไร 22,010 ลบ. PTT โกย12,053 ลบ.ตามคาด Q2/63

HoonSmart.com>> ปตท.นำทีม 5 บริษัทในกลุ่ม พลิกฟื้นผลงานได้สำเร็จ กวาดกำไรสุทธิ 2.20 หมื่นล้านบาทไตรมาส 2/63 เทียบไตรมาสแรกขาดทุนกว่า 2.28 หมื่นล้านบาท รวมครึ่งปียังเป็นตัวแดง 794 ล้านบาท บล.ดีบีเอสฯ แนะนำซื้อ PTT กำไรดีขึ้นตามคาด ครึ่งปีหลังธุรกิจน้ำมัน-ก๊าซดีขึ้น  ปรับลดประมาณการกำไรทั้งปีนี้  5.16 หมื่นล้านบาท -36% จากปีก่อน หั่นราคาเป้าหมายลง 2 บาท เหลือ 43 บาท คาดอนุมัติไฟลิ่ง PTTOR ก.ย.นี้

6 บริษัทในกลุ่มปตท.ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้แก่ PTT,TOP,PTTEP,PTTGC,IRPC,GPSC ได้ประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2563 ครบถ้วน โดยมีกำไรสุทธิรวม 22,010 ล้านบาท พลิกจากไตรมาสแรกที่ขาดทุนสุทธิ 22,805 ล้านบาท และเทียบกับไตรมาสที่ 2/2562 มีกำไร 43,978 ล้านบาท รวม 6 เดือนแรกปีนี้ ยังคงมีขาดทุนสุทธิ 794 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 97,714 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน

บริษัท ปตท. (PTT) มีกำไรสุทธิ 12,053 ล้านบาทในไตรมาส 2/2563 พลิกจากไตรมาสแรกที่มีขาดทุนสุทธิ -1,554 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 2/2562 มีกำไรสุทธิ 25,938 ล้านบาท และรวม 6 เดือนแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 10,498 ล้านบาท เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนกำไรสุทธิ 55,250ล้านบาท

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย) แนะนำ “ซื้อ” หุ้นปตท.ลดราคาเป้าหมายจาก 45 บาทเหลือ  43 บาท คาดว่ามีกำไรสุทธิ 1.27 หมื่นล้านบาท ดีขึ้นจากไตรมาสแรกที่ขาดทุนสุทธิ 1.55 พันล้านบาท เพราะกำไรสุทธิของโรงกลั่นและปิโตรเคมีของบริษัทย่อยดีขึ้น (IRPC, PTTGC, TOP) รวมถึงจะมีกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 3.3 พันล้านบาท  และกำไรสต็อกในธุรกิจน้ำมัน 3.7 พันล้านบาท

ส่วนแนวโน้มในครึ่งปีหลัง คาดว่าธุรกิจน้ำมันและก๊าซจะดีขึ้น แต่ยังคงปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 63-64 ลง -33%/-2% หลังปรับลดสมมติฐานให้มีความอนุรักษ์นิยมมากขึ้น ทำให้กำไรสุทธิปีนี้จะหดตัว -36% เป็น 5.16 หมื่นล้านบาท และปี 2564 เติบโต +54% เป็น 7.93 หมื่นล้านบาท ส่วนปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้น คือ การนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการอนุมัติไฟลิ่งภายในเดือนก.ย.63

ด้านบริษัทไทยออยล์ (TOP) เปิดเผยว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,480 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,913 ล้านบาทหรือเติบโตถึง 337% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 567 ล้านบาท และพลิกจากไตรมาส 1/2563 ที่ขาดทุนสุทธิ -13,754 ล้านบาท โดยรวม 6 เดือนปีนี้ยังคงขาดทุนสุทธิ -11,274 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 4,975 ล้านบาทในระยะเดียวกันปีก่อน สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนปีนี้

บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) เปิดเผยว่าไตรมาสที่ 2/2563 ขาดทุนสุทธิ 410 ล้านบาท ดีขึ้นมากจากไตรมาสแรกขาดทุนสุทธิ 8,904 ล้านบาท ส่วนช่วงเดียวกันปีก่อนกำไรสุทธิ 506 ล้านบาท รวม 6 เดือนแรกปีนี้ ขาดทุนสุทธิ 9,315 ล้านบาท พลิกจากกำไรสุทธิ 659 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน

ไตรมาส 2 เทียบกับไตรมาสแรก บริษัทมีรายได้จากการขายสุทธิ 30,370 ล้านบาท ลดลง30% จากราคาขายลดลง 27%ตามราคาน้ำมันดิบ และปริมาณขายลดลง 3% โดยโรงกลั่นน้ำมันมีอัตราการกลั่นอยู่ที่ 189,000 บาร์เรลต่อวันใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน

บริษัทมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) อยู่ที่ 4,669 ล้านบาท(8.46 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล) เพิ่มขึ้น 27% โดยหลักมาจากต้นทุนน้ำมันดิบลดลง

ส่วน PTTGC บล.โนมูระ พัฒนสิน คงแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 55 บาท หลังจากกำไรไตรมาส 2/2563 ดีกว่าที่เราและตลาาดคาดการณ์ กำไรจากธุรกิจปิโตรเคมีเพิ่มขึ้น (ไม่มีปิดซ่อม และอัตรากำไรฟื้นตัว)  คาดกำไรปกติ ในไตรมาส 3 ฟื้นต่อเนื่อง มีกำไรสต๊อก และกำไรฝั่งโอเลฟินส์ที่เพิ่มขึ้น เข้ามาหนุน

บล.ทิสโก้ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 54 บาท คาดไตรมาส 3 จะเพิ่มขึ้นจากราคาของโอเลฟินส์ที่ดีขึ้น และราคาน้ำมันที่เริ่มกลับตัว  แต่การเติบโตจะถูกชดเชยจากอโรเมติกส์ที่มีราคาลดลง 35% จากไตรมาสก่อน และการกลั่นที่ถูกกระทบจากราคาที่เพิ่มขึ้น และอัตรากำไรที่ลดลง