หุ้นปิด 1,315 จุด ร่วง 22 จุดตามตปท. ต่างชาติขาย 1.9 พันลบ.

HoonSmart.com>> หุ้นปิดตลาดลบ 22.61 จุด ร่วงตามตลาดภูมิภาค ยุโรป หลัง GDP ไตรมาส 2 ของเยอรมันติดลบ 10.1% สศค.หั่นคาดการณ์ GDP ปี 63 หดตัว 8.5% ด้าน PTTEP กำไรลดมากกว่าคาด กลุ่มสินเชื่อแรงขายแน่น หลัง KTC ปรับลดดอกเบี้ย ด้านนักลงทุนต่างประเทศขาสุทธิ 1.9 พันล้านบาท สถาบัน-พอร์ตโบรกพร้อมใจขาย นักลงทุนในประเทศซื้อเข้าพอร์ต

ตลาดหลักทรัพย์วันที่ 30 ก.ค. 2563 ดัชนีปิดที่ระดับ 1,315.74 จุด -22.61 จุด หรือ -1.69% มูลค่าการซื้อขาย 67,115.59 ล้านบาท

นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 1,961.91 ล้านบาท รองลงมานักลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิ 1,458.82 ล้านบาท และบัญชีหลักทรัพย์ขายสุทธิ 1,011.91 ล้านบาท ด้านนักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 4,432.65 ล้านบาท

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพตลาดแกว่งตัว Sideway Down เป็นไปตามทิศทางภูมิภาค และตลาดยุโรป รวมถึงตลาดดาวโจนส์ล่วงหน้า ที่ปรับตัวลดลง โดยปัจจัยที่กดดันตลาดต่าประเทศ คือการรายงานตัวเลข GDP ของเยอรมันในไตรมาส 2/63 ที่ติดลบ 10.1% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยตลาดคาดติดลบ 9% ส่วนปัจจัยกดดันในประเทศมองว่าหลังสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับตัวเลข GDP ของปี 2563 คาดติดลบ 8.5% ใกล้เคียงกับแบงก์ชาติคาดติดลบ 8.1%

ส่วนปัจจัยกดดันหุ้นเฉพาะตัวได้แก่ PTTEP หลังรายงานงบการเงินออกมากำไรลดลงซึ่งมากกว่าตลาดไว้ที่ 6,300 ล้านบาท ส่วน AOT มีแรงกดดันจากการช่วยเหลือสัมปทานของคิงเพาเวอร์ ด้านกลุ่มสินเชื่อที่ถูกกดดันจากเรื่องของการที่จะมีคู่แข่งรายใหม่เข้ามาเล่นในตลาดสินเชื่อ มองว่าจะเป็นปัจจัยที่จะกดดันอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลงจากเดิม ที่ฐานต่ำอยู่แล้ว และ KTC ลดอัตราดอกเบี้ยลง 2-3% กดดันต่อรายได้ดอกเบี้ยรับ และกระทบไปถึง SAWAD และ MTC โดยยังไม่แนะนำให้เล่นในกลุ่มสินเชื่อ จากปัจจัยคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังกดดันอยู่ ซึ่งปัจจัยขอหุ้นเหล่านี้เป็นตัวกดดันตลาดวันนี้

ส่วนแนวโน้มของ SET Index ในวันพรุ่งนี้ (31 ก.ค. 63) มองว่าตลาดแกว่งออกข้าง หลังวันนี้สะท้อนปัจจัยไปเยอะพอสมควรแล้ว โดยให้แนวรับที่ 1,306 จุด และแนวต้านที่ 1,335 จุด ซึ่งยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ ที่จะอัดฉีดเม็ดเงินเข้ามาพยุงคนว่างาน ก่อนที่จะถึงวันหมดอายุ โดยวงเงินประมาณ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และความคืบหน้าเรื่องวัคซีน รวมถึงจับตาดูจำนวนผู้ติดเชื้อที่อาจจะมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่วนปัจจัยในประเทศจับตาดูการรายงานงบการเงินไตรมาส 2/63 ของบริษัทจดทะเบียน และด้านการเมืองในช่วงต้นเดือน ส.ค. เรื่องการตั้ง ครม. ชุดใหม่

5 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่

KCE มูลค่าการซื้อขาย 3,475.22 ล้านบาท ปิด 28.50 บาท -0.50 หรือ -1.72%
AOT มูลค่าการซื้อขาย 2,606.22 ล้านบาท ปิด 52.25 บาท -2.25 หรือ -4.13%
CPALL มูลค่าการซื้อขาย 2,411.75 ล้านบาท ปิด 68.00 บาท หรือ ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
HANA มูลค่าการซื้อขาย 2,248.16 ล้านบาท ปิด 34.25 บาท -2.25 หรือ -6.16%
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 1,454.67 ล้านบาท ปิด 119.00 บาท +15.50 หรือ +14.98%