TOP ขาดทุน 1.37 หมื่นลบ.ตามคาด ไตรมาส 1/63

HoonSmart.com>>บริษัทไทยออยล์เปิดผลงาน 3 เดือนแรกปี 63  ขาดทุนจากสต๊อก ค่าการกลั่นลงตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และราคาน้ำมันดิบ ตลาดรับรู้แล้ว ส่งผลให้ราคาหุ้นยืนบวก

บริษัท ไทยออยล์ (TOP) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาสที่ 1/2563 ขาดทุนสุทธิ 13,754.50 ล้านบาท พลิกจากที่มีกำไรสุทธิ 4,408.31 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน

บริษัทมีรายได้จากการขายลดลง 14,974 ล้านบาท สาเหตุหลักจากราคาขายผลิตภัณฑ์และปริมาณการขายผลิตภัณฑ์รวมที่ลดลง และมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตไม่รวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันลดลง 3.1 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เหตุผลหลักมาจากค่าการกลั่นที่ถูกกดดันอย่างหนักจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกับน้ำมันดิบดูไบที่อ่อนตัวลงจากผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิท-19 และกำไรขั้นต้นจากกลุ่มอะโรเมติกส์ที่ลดลงจากภาวะอุปทานล้นตลาดที่เกิดจากการเปิดดำเนินการของโรงผลิตสารอะโรเมติกส์
ในประเทศจีน เมื่อรวมผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน ทำให้มีกำไรขั้นต้นลดลง 18.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เมื่อหักขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงินที่เกิดขึ้นจริงสุทธิส่งผลให้
มี EBITDA ลดลง 19,137 ล้านบาท รวมการขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน 377 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิที่เพิ่มขึ้น 2,990 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบกับไตรมาส 4/2562 กลุ่มไทยออยล์มีขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน 12.3 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หรือ 10,772 ล้านบาท และมีกำไรขั้นต้นจากการผลิต รวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันติดลบ 10.1 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลง 15.2 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เมื่อรวมขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงินที่เกิดขึ้นจริงสุทธิ 19 ล้านบาท ส่งผลให้มีผลขาดทุน EBITDA 12,248 ล้านบาท ลดลง 16,175 ล้านบาท โดยในไตรมาสนี้มีการบันทึกขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน ตามมาตรฐานรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 เรื่อง เครื่องมือทางการเงินที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2563 จำนวน 377 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 2,338 ล้านบาท (โดยเป็นขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิของสินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศ 1,772 ล้านบาท) ขณะที่มีต้นทุนทางการเงิน 1,105 ล้านบาท

ด้านราคาหุ้น TOP  ซื้อขายที่ระดับ 41.25 บาท +0.50  บาทหรือ 1.23% สำหรับการเปิดการซื้อขายภาคบ่ายของวันที่ 8 พ.ค. 2563