HoonSmart.com>>บล.กรุงศรี ปรับลดราคาเป้าหมาย THAI เหลือ 6.34 บาท จาก 8 บาท คาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 เหลือ 483 ลบ. ลดลง 91% y-y ผลกระทบราคาน้ำมัน Jet สูงกดดันระยะสั้น ผลกระทบน้ำท่วมราว 500 ล้านบาท พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 17 ล้านบาท แต่ยังคงแนะนำซื้อ ราคาหุ้นร่วงแรง 20% ในรอบ 1 เดือน ด้านบล.บัวหลวง มองกำไรลดลง 84% y-y ให้ราคา 7.10 บาท
บล.กรุงศรีวิเคราะห์บริษัท การบินไทย (THAI) คาดกำไรปกติไตรมาสที่ 3/69 ลดลง -91% y-y และ -11% q-q คงคำแนะนำ ซื้อ แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 6.34 บาท จากเดิมคาด 8 บาท เพื่อสะท้อนผลกระทบจากราคาน้ำมัน Jet ที่สูงกว่าคาดและกดดันกำไรระยะสั้น
คาดกำไรปกติไตรมาสที่ 3/2569 ลดลงเหลือ 483 ล้านบาท (-91% y-y) และอาจพลิกเป็นขาดทุนสุทธิจากค่าใช้จ่ายพิเศษ อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงเกือบ -20% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว ขณะที่กำไรปี 2570F-2571F มีโอกาสฟื้นตามแนวโน้มราคาน้ำมันที่คาดว่าจะปรับลดลง จึงยังมองเป็นโอกาสสะสมแม้แนวโน้มครึ่งปีหลังจะอ่อนแอกว่าที่เคยคาดไว้ก็ตาม
คาดกำไรปกติไตรมาสที่ 3 ถูกกดดันจากราคาน้ำมันและค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าปกติ
คาดบริษัทจะมีกำไรปกติ ที่ 483 ลบ. (-91% y-y, -11% q-q) โดยแม้รายได้จะเติบโตเป็น 47,942 ลบ. (+12% y-y, +2% q-q) จากจำนวนผู้โดยสาร (+2% y-y, +9% q-q) และราคาตั๋วเฉลี่ย (+9% y-y, -5% q-q) ที่เพิ่มขึ้น แต่ผลประกอบการถูกกดดันอย่างหนักจากราคาน้ำมัน Jet ที่ยังอยู่ในระดับสูง (+58% y-y, -25% q-q) จากสงครามตะวันออกกลาง รวมถึงค่าใช้จ่ายพนักงาน (+55% y-y, +57% q-q) และค่าซ่อมบำรุง (+71% y-y, +22% q-q) ที่สูงเป็นพิเศษในไตรมาสนี้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 20.3% จาก 35.9% ในปีก่อน
นอกจากนี้ยังมีรายการพิเศษจากการชดเชยผู้โดยสารและผู้ใช้บริการคลังสินค้าจากเหตุอุทกภัย (คาดราว 500 ล้านบาท) ทำให้ไตรมาสนี้จะพลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 17 ลบ. (vs 3Q2568/2Q2569 ที่ 4.4 พันลบ./1.5 พันลบ.)
ปรับกำไรปกติปี 2569F-2571F ลงสะท้อนราคาน้ำมันที่สูงกว่าคาด
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อส่งผลให้ราคาน้ำมัน Jet สูงกว่าเราคาด โดยราคาเฉลี่ยใน 4Q2569F คาดเพิ่มขึ้น +99% y-y และ +15% q-q กดดันต้นทุนของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2569F-2571F ลง -26%, -29% และ -10% เหลือ 11,285 ลบ., 11,474 ลบ. และ 18,658 ลบ. ตามลำดับ สะท้อนทั้งต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นและแนวโน้มราคาตั๋วโดยสารที่คาดจะลดลงเฉลี่ยราว -5% ต่อปี ในช่วงปี 2570F-2571F หลังอยู่ในระดับสูงในปี 2569F โดยใช้สมมติฐานราคาน้ำมัน Jet ที่ 144.6, 117.3 และ 87.3 USD/bbl ตามลำดับ ขณะที่กำไรปกติ 4Q2569F คาดฟื้นตัวเป็นราว 1 พันลบ. จากการไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษด้านพนักงานและซ่อมบำรุงเหมือนไตรมาสก่อน แต่ยังลดลง -77% y-y เนื่องจากราคาน้ำมันยังสูงกว่าปีก่อนเกือบเท่าตัว
คำแนะนำ
เราคงคำแนะนำ ซื้อแต่ปรับลดราคาเป้าหมายปี2570 ลงเป็น 6.34 บาท เพื่อสะท้อนผลกระทบจากราคาน้ำมัน Jet ที่สูงกว่าคาด ซึ่งกดดันแนวโน้มผลประกอบการในระยะสั้น โดยยังประเมินมูลค่าด้วยวิธี DCF (WACC 10.9%) อย่างไรก็ตาม มองว่าราคาหุ้น THAI ที่ปรับตัวลงเกือบ 20% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ได้สะท้อนปัจจัยลบและผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาดไปมากแล้ว ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการในปี 2570F-2571F มีโอกาสฟื้นตัวตามทิศทางราคาน้ำมัน Jet ที่คาดว่าจะปรับลดลงในอนาคต ทั้งนี้ เราถอด THAI ออกจากรายชื่อ Conviction Call เนื่องจากผลประกอบการในช่วง 2H2569F มีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่เคยคาดไว้
บล.บัวหลวง คาดกำไรหลัก บริษัทการบินไทย(THAI) 3Q2569 เพียง 885 ล้านบาท ลดลง 84% YoY และ 27% QoQ แม้รายได้เพิ่มขึ้น 12% YoY เป็น 4.81 หมื่นล้านบาท จากค่าโดยสารต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น 16% YoY และจำนวนผู้โดยสาร 3.97 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2% YoY แต่ราคาน้ำมันเครื่องบินที่ 150 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 57% YoY และค่าใช้จ่ายจากน้ำท่วมทำให้ต้นทุนดำเนินงานเพิ่มเร็วกว่ารายได้
ผลกระทบน้ำท่วมคาดไม่เกิน 1 พันล้านบาท จากการยกเลิกเที่ยวบินและการชดเชยผู้โดยสาร การส่งสัมภาระตกค้างกลับบ้าน รายได้ Cargo ที่หายไป และค่าแรงพิเศษ โดยจะรับรู้ส่วนใหญ่ในไตรมาสที่ 3 และคาดมีผลต่อไตรมาส 4 เพียงเล็กน้อย ก่อนหมดผลกระทบในปี 2570
สำหรับโค้งสุดท้ายของปี คาดเริ่มฟื้นแรงตามฤดูกาล โดย Load factor เพิ่มขึ้นเป็น 84% สูงสุดของปี และกำไรหลักคาดปรับขึ้นเป็น 3.6 พันล้านบาท หรือประมาณ 4 เท่าของ ไตรมาส 3แม้ราคาน้ำมันเครื่องบินที่ใช้จะปรับขึ้นเป็น 170 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่ค่าโดยสารต่อหน่วยยังทรงตัว QoQ
ปรับสมมติฐาน
เราปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 2569 เพียง 1% เหลือ 1.48 หมื่นล้านบาท แต่กลับปรับกำไรปี 2570 ขึ้น 9% เป็น 1.98 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 34%แม้เพิ่มสมมติฐานราคาน้ำมันเครื่องบินขึ้น เพราะเพิ่มสมมติฐานด้วยค่าโดยสารต่อหน่วยและจำนวนผู้โดยสารที่สูงกว่าคาด รวมถึงเพิ่มสมมติฐานรายได้ชดเชยดอกเบี้ยปี 2570 จาก 2 พันล้านบาทเป็น 4 พันล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาน้ำมันยังทำให้ลด PER ที่ใช้ประเมินมูลค่าจาก 11 เท่าเหลือ 10 เท่า แม้กำไรต่อหุ้นปี 2570 จะเพิ่มจาก 0.64 บาทเป็น 0.70 บาท (หักลบกัน) ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2570 ราว 7.3 เท่า ทั้งนี้ยังคงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 7.10 บาท
———————————————————————————————————————————————————–

