BGRIM รุกหนักอาเซียน! คว้าดีลขายไฟโซลาร์ฟาร์ม 50 MW ฟิลิปปินส์

HoonSmart.com>>บี.กริม เพาเวอร์ โชว์ศักยภาพผู้นำพลังงานสะอาด ส่งบริษัทย่อย ARECO เซ็นสัญญาขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (REPA) 50 เมกะวัตต์ กับ TransCo รัฐบาลฟิลิปปินส์ ภายใต้โครงการ GEA-4 ดีเดย์จำหน่ายไฟต้นปี 69 เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนทะลุ 50% ดันกำลังผลิตแตะ 10,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573

นายพีรเดช พัฒนจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจพัฒนาพลังงานหมุนเวียน บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM หนึ่งในผู้บุกเบิก และผู้ผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศไทย และฟิลิปปินส์ พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานภายใต้โครงการ Green Energy Auction – 4 (GEA-4) ของกระทรวงพลังงาน สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สะท้อนถึงบทบาทของ บี.กริม เพาเวอร์ ในการขับเคลื่อนการพัฒนาพลังงานสะอาด และพลังงานอย่างยั่งยืนในสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยข้อตกลง REPA จะช่วยสร้างกลไกที่มีความโปร่งใสและเชื่อถือได้สำหรับผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนและส่งเสริมการเติบโตของภาคพลังงานไฟฟ้าในสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ในระยะยาว

โครงการของ ARECO เป็นผู้พัฒนาและดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน กำลังการผลิตติดตั้ง 65 เมกะวัตต์ และมีกำลังผลิตเพื่อจำหน่ายไฟฟ้า 50 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่บนเกาะเนกรอส ตอนกลางของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยถือเป็นโครงการโรงไฟฟ้ากลุ่มแรกที่จะสามารถจำหน่ายไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายใต้โครงการ Green Energy Auction – 4 (GEA-4) ซึ่งเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าตั้งแต่ต้นปี 2569 ตอกย้ำถึงความเป็นมืออาชีพของ บี.กริม เพาเวอร์ ทั้งในเชิงเทคนิคและเชิงพาณิชย์ รวมถึงความสามารถในการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและชุมชนท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง จากการลงนามซื้อขายไฟฟ้าในครั้งนี้จะช่วยพัฒนาธุรกิจพลังงานสะอาด ขยายการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนตามแนวโน้มการใช้พลังงานที่เกิดขึ้นทั่วโลก เพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% ภายในปี 2573 เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติในระยะยาว พร้อมขยายความร่วมมือทางธุรกิจเพื่อสร้างพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อการต่อยอดและสร้างโอกาสทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า 10,000 เมกะวัตต์ ในปี 2573 และก้าวสู่เป้าหมายองค์กรที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net-Zero Carbon Emissions ภายใน ปี ค.ศ. 2050 (ปี พ.ศ. 2593)