HoonSmart.com>>”โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่” (GPSC) โชว์ผลงานไตรมาส 2/69 โกยกำไร 1,819 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% ต่อเนื่องจากไตรมาสแรก รวม 6 เดือน กำไรสุทธิ 3,538 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% ธุรกิจโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก(SPP) แกร่ง ได้แรงหนุนจากความต้องการใช้ไฟฟ้า-ไอน้ำของลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น โรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาวดีขึ้น ต้นทุนการเงินลดลง ณ มิ.ย.มีกำลังการผลิตเชิงพาณิชย์ทั้งสิ้น 7,256 MW อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.55 บาทต่อหุ้น
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) เปิดเผยผลงานงวดไตรมาสที่ 2/2569 มีกำไรสุทธิ 1,819 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 0.65 บาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,019 ล้านบาท หรือ 0.72 บาทต่อหุ้น และเพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อน รวมครึ่งปีนี้กำไรทั้งสิ้น 3,538 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 1.25 บาท เพิ่มขึ้นจากที่มีกำไรสุทธิ 3,159 ล้านบาท หรือ 1.12 บาทต่อหุ้นช่วงเดียวกันปีก่อน
นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า บริษัทฯมีกำไรครึ่งปี 3,538 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ที่ปรับตัวดีขึ้น ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำของลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่ต่ำกว่าปีก่อนและจากการบริหารจัดการเชื้อเพลิงที่หลากหลาย รวมถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL) และโรงไฟฟ้าห้วยเหาะ (HHPC) ใน สปป.ลาว จากปริมาณน้ำที่อยู่ในระดับดีต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลง
สำหรับไตรมาสที่ 2/ 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,819 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากผลการดำเนินงานหลักที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน ที่กลับมาเดินเครื่องเต็มไตรมาสนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนและการปรับปรุงประสิทธิภาพในไตรมาสที่ 1 ประกอบกับโรงไฟฟ้าโกลว์ ไอพีพี และโรงไฟฟ้าห้วยเหาะมีปริมาณจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ.
ขณะเดียวกัน ธุรกิจโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำของลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์การตลาดที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า ได้รับปัจจัยบวกจากผลการดำเนินงานของบริษัท อวาด้า เอนเนอร์ยี่ ไพรเวท (AEPL) ตามปัจจัยฤดูกาล และการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของกำลังการผลิตใหม่ ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ปี 2569 มีกำลังการผลิตเชิงพาณิชย์ทั้งสิ้น 7,256 เมกะวัตต์ (MW)
จากการดำเนินการ และกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งมาอย่างต่อเนื่อง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.55 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 20 ส.ค. 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 3 ก.ย. 2569 สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินและความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ GPSC ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริหารพอร์ตการลงทุน และการขยายธุรกิจพลังงานสะอาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเตรียมความพร้อมรองรับโอกาสจาก PDP ฉบับใหม่ โดยมุ่งต่อยอดศักยภาพโรงไฟฟ้าเดิม ทั้งการต่ออายุสัญญาและการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กับการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากธุรกิจ Data Center และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในระยะยาว
ปัจจุบัน GPSC มีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ได้รับอนุมัติแล้วตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity MW) รวมประมาณ 13,666 เมกะวัตต์ ไอน้ำรวมประมาณ 3,294 ตันต่อชั่วโมง น้ำเย็นรวมประมาณ 10,184 ตันความเย็น และน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมรวมประมาณ 7,689 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นบริษัทโรงไฟฟ้าเอกชนที่มีกำลังการผลิตตามการลงทุนที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งในสามของประเทศ
