หุ้นประกันภัยร่วง น้ำท่วมดันเคลมพุ่ง คปภ.สั่งหลักฐานชัด จ่ายสินไหมใน 7 วัน!

HoonSmart.com>>ราคาหุ้นกลุ่มประกันภัยร่วง หลังน้ำท่วมขยายวงกว้าง กรุงเทพฯ -ปริมณฑล -ต่างจังหวัด โบรกเกอร์ชี้จ่ายค่าสินไหมทดแทน ไตรมาส 3 – 4 พุ่ง ฉุดกำไร TVH ดิ่งหนัก -7.02% ตามด้วย THRE -TIPH -MTI ด้าน NKI วิ่งสวนบวก 1.17% แต่มูลค่าซื้อขายบางเฉียบหมื่นบาท คปภ. จับมือสมาคมประกันวินาศภัยไทย ออกมาตรการเร่งด่วน กรณีหลักฐานชัดเจน ต้องจ่ายภายใน 7 วัน 

วันนี้ ( 28 ก.ย. 2569 ) ราคาหุ้นในกลุ่มธุรกิจประกันภัยปรับตัวลดลง แต่มูลค่าการซื้อขายไม่มาก เนื่องจากหุ้นมีจำนวนจำกัด ทำให้ขาดสภาพคล่อง และส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนระยะยาว

หุ้นที่ปรับตัวลงแรงที่สุด ได้แก่

บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ (TVH) บริษัทแม่ของบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ ราคาหุ้นร่วง -7.02% ปิดที่ระดับต่ำสุด 10.60 บาท ลดลง 0.80 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1.66 ล้านบาท

บริษัทไทยรีประกันชีวิต (THREL) บริษัทที่รับประกันภัยต่อจากบริษัทประกันชีวิต ปิดที่ราคา 1.23 บาท ลดลง 0.07 บาท หรือลดลง -5.38%

บริษัทไทยรับประกันภัยต่อ (THRE) ราคาร่วง -4.92% ปิดที่ 0.58 บาท ลดลง 0.03 บาท มูลค่าการซื้อขาย 16.18 ล้านบาท

บริษัททิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TIPH) บริษัทแม่ของบริษัททิพยประกันภัย ราคาร่วง -3.20 บาท ปิดที่ 24.20 บาท ลดลง 0.80 บาท โดยระหว่างวันลงไปต่ำสุดที่ 23.50 บาท  มูลค่าการซื้อขาย 66.46 ล้านบาท

บริษัทเมืองไทยประกันภัย (MTI) ราคาร่วง -2.27% ปิดที่ 21.50 บาท ลดลง 0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2.33 แสนบาท

มีเพียงหุ้นบริษัทนวกิจประกันภัย ( NKI) ที่ราคาวิ่งขึ้นปิดบวก 1.17% ปิดที่ 17.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท แต่มูลค่าการซื้อขายเพียง 1 หมื่นบาท

บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ชี้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะกดดันกลุ่มประกันภัย จากภาระการจ่ายค่าชดเชยน้ำท่วมที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/2569 อย่างไรก็ดี ประเมินว่ากระทบต่อภาพรวมดัชนี SET Index เพียงระยะสั้น และผลการดำเนินงานที่แท้จริงของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ในตลาดยังคงอยู่ในวงจำกัด

บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (CGSI) ประเมินว่าแรงขายหุ้นประกันภัยรอบนี้เกิดจาก Panic ด้านยอดเคลมรถยนต์และบ้านเรือนเป็นหลัก กลยุทธ์แนะนำคือ “ชะลอการเข้าซื้อ” (Wait and See) เพื่อรอให้ระดับน้ำลดและสถานการณ์นิ่งขึ้น คาดว่าประเด็นนี้จะคลี่คลายและเข้าสู่สมดุลภายใน 4-5 วันข้างหน้า

ทั้งนี้ รัฐบาลกำหนดให้วันจันทร์ที่ 28 และวันอังคารที่ 29 กันยายน 2569 เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษ เฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ เฉพาะกรุงเทพมหานคร ยังต้องเฝ้าระวังมากถึง 9 เขต

สะท้อนชัดว่าลูกค้าประกันภัยใน 4 พื้นที่ดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างแน่นอน รวมถึงพื้นที่ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก

ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมยังขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ จากการที่ฝนตกต่อเนื่อง และ มวลน้ำเหนือไหลเข้ามาสมทบ เห็นได้จากการที่รัฐบาลมีการประกาศพื้นที่เฝ้าระวังในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นอีก

ทั้ง จังหวัดกาญจนบุรี แม้เขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนศรีนครินทร์จะเร่งลดการระบายน้ำเพื่อรองรับน้ำเพิ่ม แต่ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมอพยพหากมีแจ้งเตือน

ขณะที่ จังหวัดเพชรบุรี มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น และเป็น พื้นที่ที่เฝ้าระวังใหม่ จากการมีฝนตกเหนือเขื่อนแก่งกระจาน เฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

ที่ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง มี 2 จุดที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำประแสร์ และอ่างเก็บน้ำคลองระโอก แม้ตัวเขื่อนดินเขาจุกไม่ได้แตก แต่ทางระบายน้ำล้นถูกน้ำกัดเซาะ

นอกจากนี้ รัฐบาลได้สั่งลดการระบายน้ำจากเขื่อนขุนด่านฯ จังหวัดนครนายก เพื่อบรรเทาผลกระทบใน อ.เมือง

สำหรับ เหตุการณ์น้ำท่วม จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สิน และกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ที่ครอบคลุมภัยน้ำท่วม การที่มีน้ำท่วมขังในย่านชุมชนหรือเขตเศรษฐกิจ จะทำให้ค่าสินไหมทดแทน หรือ Loss Ratio เพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 โดยเฉพาะผู้รับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ 10 รายใหญ่ ประกอบด้วย

บริษัท วิริยะประกันภัย (อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ)

บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย)

(อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ)

บริษัท กรุงเทพประกันภัย (บริษัทลูกของ บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ หรือ BKIH )

บริษัท ธนชาตประกันภัย (อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ)

บริษัท เมืองไทยประกันภัย หรือ MTI

บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย (อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ)

บริษัท ทิพยประกันภัย (บริษัทลูกของ บริษัททิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ หรือ TIPH)

บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (บริษัทลูกของ บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ หรือ TVH)

บริษัท ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย (อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯถือหุ้นใน BKIH อยู่ 0.77%)

บริษัท เออร์โกประกันภัย (ประเทศไทย) อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ)

ขณะที่ บริษัทไทยรับประกันภัยต่อ (THRE) ในฐานะที่เป็นผู้รับประกันภัยต่อจากบริษัทประกันวินาศภัยในประเทศ ก็ได้รับผลกระทบหนัก จากการต้องตั้งสำรองสินไหมภัยพิบัติเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ในจำนวน 10 บริษัทประกันวินาศภัยที่เป็นเจ้าตลาดประกันภัยรถยนต์ ก็ยังเป็นเจ้าตลาดประกันภัยทรัพย์สินด้วย ประกอบด้วย

บริษัท ทิพยประกันภัย

บริษัท กรุงเทพประกันภัย

บริษัท เมืองไทยประกันภัย

บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ อยู่อันดับ 8

บริษัท นวกิจประกันภัย (NKI) อยู่อันดับ 9

ส่วนอันดับ 4,5,6,7 และ 10 อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์

ดังนั้น ผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดประกันภัยรถยนต์และประกันทรัพย์สิน จะได้รับผลกระทบรุนแรงเมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ในเขตเมือง เขตเศรษฐกิจ และเขตอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นพื้นที่หลักที่มีการซื้อประกันภัย

เพราะทำให้ รถยนต์ประกันชั้น 1 และกรมธรรม์ที่คุ้มครองน้ำท่วม สิ่งปลูกสร้าง สต็อกสินค้า เครื่องจักร ได้รับความเสียหาย

หากบริษัทใด ที่มีการเก็บความเสี่ยงไว้เองสูง ทำประกันต่อน้อย จะได้รับความเสียหายมาก

การที่ราคาหุ้น TVH ปรับลดลง -7.02% เป็นผลจากมีพอร์ตประกันภัยรถยนต์สูงเกือบ 70% โดยเฉพาะประกันรถเปิดปิด ที่มีฐานลูกค้าในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ ทำให้นักลงทุนกังวลว่า โอกาสที่รถยนต์ของลูกค้าจะเสียหายสูงหรือเสียหายสิ้นเชิงมีจำนวนมาก จะกระทบต่อกำไร

รวมถึงราคาหุ้น ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ( TIPH) ที่ปรับลดลง -3.20% จากการที่บริษัททิพยประกันภัย บริษัทลูกที่เป็นผู้เล่นรายใหญ่อันดับ 1 ประกันภัยทรัพย์สิน และอันดับ 7 ประกันภัยรถยนต์

แม้ บริษัททิพยประกันภัย จะมีการทำสัญญาประกันภัยต่อในสัดส่วนที่สูงเพื่อจำกัดความเสียหายสูงสุด แต่เนื่องจากเป็นผู้รับประกันภัยทรัพย์สินขนาดใหญ่ ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวล จึงมีแรงขายหุ้น TIPH บริษัทแม่ออกมา

ขณะที่ BKIH ราคาปิดที่  386 บาท ลดลง 1 บาท หรือลดลง -0.26%

สำหรับ ผลการประชุมในวันที่ 28 ก.ย.2569 ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่มีนายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ เจ้าร่วมประชุมกับ    สมาคมประกันวินาศภัยไทยและภาคธุรกิจประกันภัย ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อร่วมกันติดตามสถานการณ์ความเสียหาย ด้านการประกันภัยและเตรียมมาตรการรองรับการให้ความช่วยเหลือประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบ สรุปได้ดังนี้

กรณีความเสียหายชัดเจน บริษัทพร้อมจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใน 7 วัน รวมถึงกรณีสูญเสียสิ้นเชิง หรือ Total Loss ที่จะเร่งรวบรวมเอกสารข้ามหน่วยงานร่วมกับสมาคมธนาคารไทยเพื่อลดขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อเช่าซื้อ

กรณี รถยนต์สันดาปอิงเกณฑ์ประเมินความเสียหาย 5 ระดับ (A–E) ของ คปภ. ส่วนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะพิจารณาจากสภาพแบตเตอรี่และความสามารถในการฟื้นฟูความปลอดภัยร่วมกับข้อกำหนดของผู้ผลิต หากไม่สามารถซ่อมแซมได้ถือว่าเสียหายสิ้นเชิง

ขณะที่ กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัดสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์)   ให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติเต็มวงเงินเอาประกันภัย 10,000 บาท

กรณี กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ให้พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติเต็มวงเงินเอาประกันภัย 20,000 บาท หากซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม จ่ายเพิ่มอีก 10,000 บาท ความเสียหายเกินกว่า 10,000 บาท ให้ผู้เอาประกันภัยนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม

ร้านค้าที่ทำประกันอัคคีภัย หรือกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (Industrial All Risks : IAR) และได้ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม ให้จ่ายสินไหมเบื้องต้น 30,000 บาท ส่วนที่เกินกว่า 30,000 บาท ให้ผู้เอาประกันภัยนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม

ในส่วนของประกันชีวิต ขยายระยะเวลาผ่อนผันชำระเบี้ยเพิ่ม 60 วัน รวมถึงงดตรวจสุขภาพกรณีต่ออายุกรรมธรรม์สุขภาพที่ขาดต่ออายุ ส่วนประกันวินาศภัยและประกันรถยนต์ขยายเวลาจัดเก็บเบี้ยสูงสุด 90 ถึง 180 วัน

ในส่วนของตัวแทนและนายหน้า ผ่อนผันการยื่นต่ออายุใบอนุญาตตัวแทนและนายหน้าประกันภัยบุคคลธรรมดาที่หมดอายุตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 2569 ออกไปจนถึงไม่เกินวันที่ 31 ธ.ค. 2569