บล.กสิกรฯลุ้นหุ้นสัปดาห์นี้ จะถอยหลัง1,560 หรือพุ่งไป1,655 จุด

HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยให้แนวรับที่ 1,585 และ1,560 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,630 และ 1,655 จุด รอฟังถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่เฟด กำไรบจ.ไตรมาส 2/69  สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ  ส่วนค่าเงินบาทธนาคารกสิกรไทยมองกรอบเคลื่อนไหวที่ระดับ 32.80-33.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ จากสัปดาห์ที่ผ่านมา แตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 33.03 บาท 

บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยมองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (10-14 ส.ค. 2569) ดัชนีหุ้นมีแนวรับที่ 1,585 และ 1,560 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,630 และ 1,655 จุด ตามลำดับ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต และยอดค้าปลีกเดือนก.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของยูโรโซน ตลอดจนยอดปล่อยกู้ใหม่สกุลเงินหยวนเดือนก.ค. ของจีน

สัปดาห์ที่ผ่านมา SET index ย่อตัวลงตั้งแต่ช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากระตุ้น ส่งผลให้มีแรงขายทำกำไรหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัว นำโดยหุ้นรายใหญ่ในกลุ่ม ICT จากกระแสข่าวเรื่องผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีแผนทยอยขายหุ้น หุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่จากความกังวลเรื่องความผันผวนของหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI รวมถึงหุ้นสายการบินรายใหญ่แห่งหนึ่ง (หลังเปิดทางให้เจ้าหนี้ที่แปลงหนี้เป็นทุนสามารถซื้อขายได้)

หุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาช่วงสั้นๆ ระหว่างสัปดาห์รับรายงานข่าวเกี่ยวกับการเจรจาเพื่อกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ดี ประเด็นดังกล่าวยังคงมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้แรงหนุนต่อตลาดในภาพรวมค่อนข้างจำกัด ขณะที่นักลงทุนกลับมารอติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง และตัวเลขตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ช่วงปลายสัปดาห์อย่างใกล้ชิด

ในวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,612.00 จุด ลดลง 0.72% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 78,030.47 ล้านบาท ลดลง 19.16% ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.10% มาปิดที่ระดับ 227.33 จุด

ทางด้านธนาคารกสิกรไทยมองแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์ระหว่างวันที่ 10-14 ส.ค. 2569 กรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 32.80-33.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ  จากสัปดาห์ที่ผ่านมาแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 33.03 บาทต่อดอลลาร์ฯ

เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นในเอเชีย และการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกท่ามกลางความหวังต่อผลการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงกดดันจากการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังตัวเลขเศรษฐกิจออกมาอ่อนแอกว่าที่คาด (อาทิ การจ้างงานภาคเอกชนรายงานโดย ADP และดัชนี ISM ภาคบริการ) ซึ่งหนุนมุมมองของตลาดที่ประเมินว่า เฟดน่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้ แต่จะไม่ใช่ในรอบการประชุมใกล้ ๆ นี้เงินบาทกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วงปลายสัปดาห์ เนื่องจากตลาดกลับมารอติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ

ในวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.05 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.39 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (31 ก.ค.)

สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 3-7 ส.ค. 2569 นั้นขายสุทธิหุ้นไทย 8,964 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทยที่ 9,557 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 10,457 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 900 ล้านบาท)