TRUE ฟันกำไร 6,554 ล้านบ.Q2 พุ่ง 222.7% ทุ่ม 5.2 พันลบ. ปันผล15 สต.ยีลด์ 1.09%

HoonSmart.com>>”ทรู คอร์ปอเรชั่น” (TRUE) สุดยอด ไตรมาส 2/69 กวาดกำไรสุทธิ 6,554 ล้านบาท พุ่งขึ้น 222.7% กำไรติดต่อกันไตรมาสที่ 6 รายได้โตทุกธุรกิจ-วินัยการเงิน EBITDA  2.83 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% พร้อมจ่ายเงินปันผล (เม.ย.-มิ.ย.) หุ้นละ 0.15 บาท รวม 5,200 ล้านบาท ยีลด์ 1.09% ขึ้น  XD 17 ส.ค.นี้ เป้าปี 69 หั่นรายได้ให้บริการไม่รวม IC โต 1–2% เดิมคาด 2-3%  คงงบลงทุน  2.5–2.7 หมื่นล้านบาท ยอมรับ”ไชน่า โมบาย”คิดจะตัดขายหุ้น แต่ไม่ทิ้งหมด ไม่กระทบ 

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาสที่ 2/2569 มีกำไรสุทธิ 6,554.13 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.19 บาท พุ่งขึ้น 4,522.98 ล้านบ้าท หรือก้าวกระโดดถึง 222.68% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่กำไรสุทธิ 2,031.15 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.06 บาท โดยรวม 6 เดือน/2569 มีกำไรสุทธิ 13,142.85 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.38 บาท  เติบโตถึง 9,477.82 ล้านบาท พุ่งขึ้น  258.60% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่กำไรสุทธิ 3,665.03 ล้านบาท กำไรหุ้นละ  0.11 บาท

ทรูฯประกาศผลงานไตรมาส 2/2569 เดินหน้าสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่องจากรายได้เติบโตและการบริหารการเงินอย่างมีวินัย แม้เผชิญผลกระทบจากเศรษฐกิจมหภาคที่เพิ่มขึ้น แต่ผลการดำเนินงานของทุกกลุ่มธุรกิจยังคงเติบโตในทิศทางที่ดี

EBITDA อยู่ที่ 2.83 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5%  จากการเติบโตของรายได้และประโยชน์จากการได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และ EBITDA เพิ่มขึ้น 1.1%เทียบกับไตรมาสก่อน อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการ เพิ่มขึ้น 7.6% มาอยู่ที่ 68.5% ทั้งนี้ นับตั้งแต่การควบรวมกิจการแล้วเสร็จ ทรูฯสามารถเพิ่ม EBITDA ได้รวม 8,900 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 46%

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ทรู คอร์ปอเรชั่น สร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอีกไตรมาส โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้จากการให้บริการทุกกลุ่มธุรกิจ การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของจำนวนผู้ใช้บริการ และการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน การลงทุนเพื่อพัฒนาโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และไฟเบอร์ให้ทันสมัย การดำเนินงานเชิงพื้นที่แบบเจาะจง รวมถึงการนำ AI มายกระดับประสบการณ์ลูกค้าและการปฏิบัติงาน ทั้งหมดนี้ ผลให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นและผลการดำเนินธุรกิจแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

จากนี้ไป ทรูฯจะเสริมศักยภาพการเปลี่ยนผ่านองค์กรด้วย AI ในทุกมิติ ผ่าน AI Centre of Excellence การวางรากฐานข้อมูลที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับการยกระดับกระบวนการทำงานแบบครบวงจร (End-to-End) เพื่อขยายขีดความสามารถด้านนวัตกรรม เพิ่มผลิตภาพ และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน

ไตรมาสที่ 2/2569 จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 479,000 เลขหมายจากไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐในโครงการไทยช่วยไทย พลัส และการเข้าร่วมโครงการ “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Study Anywhere Anytime)” ของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ กสทช. ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมอยู่ที่ 48.6 ล้านเลขหมาย ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มขึ้น 28,000 ราย เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากความเสถียรของโครงข่ายและคุณภาพการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น โดยไตรมาสนี้ มีผู้ใช้บริการ 5G รวม 19.3 ล้านราย

นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ไตรมาส 2/2569 นับเป็นอีกหนึ่งไตรมาสที่ทรูฯมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง มีจุดเด่นรายได้จากการให้บริการกลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน โดย EBITDA เพิ่มขึ้น 13.5% และกำไรสุทธิหลังหักภาษีอยู่ที่ 6.6 พันล้านบาท นับเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกันที่บริษัทมีกำไร สะท้อนถึงการรักษาวินัยทางการเงินและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง แม้ไตรมาสนี้จะเผชิญกับความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจมหภาคที่เพิ่มสูงขึ้น สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันด้านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่ยังคงดำเนินอยู่

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไตรมาสที่ 2/2569 อัตราหุ้นละ 0.15 บาท รวมเป็นเงิน 5,200 ล้านบาท คิดเป็น อัตราการจ่ายเงินปันผล 79% ของกำไร ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่  17 ส.ค.นี้ จ่ายเงินวันที่ 2 ก.ย. 2569 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนปันผล(ยีลด์)ประมาณ 1.09% เทียบกับราคาหุ้นปิดที่ 13.80 บาท วันที่ 4 ส.ค.2569

ทางด้านผลงาน ทรูฯมีรายได้จากการให้บริการไม่รวมรายได้ค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC): 4.14 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการเติบโตของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจออนไลน์ และเพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ เมื่อปรับผลกระทบจากรายได้การให้บริการข้ามโครงข่ายในประเทศที่ลดลง รายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 0.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA (Leverage Ratio): อยู่ที่ 3.7 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ลดลง 0.3 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน และ 0.1 เท่าเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน กำไรสุทธิหลังหักภาษี (NPAT): 6.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน และทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

สำหรับเป้าหมายทางการเงิน ปี 2569 (ใหม่) ปรับลดรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC: เติบโต 1–2%จากเดิมเคยคาดไว้โต  2-3% จากปีก่อน EBITDA: เติบโต 7–9% (ไม่เปลี่ยนแปลง) CAPEX: 2.5–2.7 หมื่นล้านบาท (ไม่เปลี่ยนแปลง)

สำหรับกระแส”China Mobile” จะตัดขายหุ้น TRUE บางส่วน กดดันราคาในตลาดนั้นนายนกุลแจ้งตลาดหลักทรัพย์  ยอมรับ “China Mobile” อยู่ระหว่างการพิจารณาความเป็นไปได้ในการขายหุ้นออกบางส่วน  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนตามปกติ ยันไม่มีนโยบายขายหุ้นออกทั้งหมด 7.81% และพร้อมยังคงเป็นผู้ถือหุ้นระยะยาวต่อไป จากความเชื่อมั่นในศักยภาพธุรกิจ

บริษัทฯ คาดว่าการจําหน่ายหุ้นในสัดส่วนเพียงเล็กน้อยของ China Mobile ที่อาจเกิดขึ้น จะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสําคัญต่อทิศทางการดําเนินธุรกิจ การบริหารจัดการ หรือการดําเนินงานของบริษัทฯ