​เอไอ พลิกโลก! เรียล สมาร์ท ชี้แนวคิดใหม่ ดัน AI Sovereignty ป้องกันไทยตกขอบ

HoonSmart.com>>เรียล สมาร์ท ชี้ AI พลิกโครงสร้างเศรษฐกิจโลก เสนอแนวคิด AI Sovereignty Trilogy ป้องกันไทยตกเป็น “อาณานิคมทาง AI” แนะจับตา Kimi K3 เขย่าโลก

นายภูกิจ ดิศธรานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียล สมาร์ท  กล่าวบรรยายในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ประจำปี 2569 จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ในหัวข้อ “AI เปลี่ยนประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” ระบุว่าโลกกำลังเผชิญการจัดระเบียบโครงสร้างใหม่ครั้งใหญ่ (Great Rewiring) จาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และการลงทุนด้าน AI ที่เร่งตัวอย่างก้าวกระโดด

เพื่อนำมาสร้างปัจจัยการผลิตรูปแบบใหม่ คือ “ทุนทางปัญญา“ (Intelligence Capital) ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และสร้างสรรค์งานได้ในต้นทุนที่ต่ำลง

จากต้นทุนที่สูงขึ้น คำสั่งซื้อใหม่ลดลง และผลประกอบการที่อ่อนแอ ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 44.5 สะท้อนภาวะหดตัวของทุกอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีโอกาสก้าวสู่การเป็น Non-Aligned Tech Hub จากการย้ายฐานการผลิตของห่วงโซ่อุปทานโลก เช่น AWS, Google และ Microsoft  ที่มีการลงทุนศูนย์ข้อมูล (Data Center) มูลค่ารวมกว่า 200,000 ล้านบาท ใน 5 ปี

พร้อมเสนอแนวคิด AI Sovereignty Trilogy เพื่อป้องกันการตกเป็น “อาณานิคมทาง AI” ด้วยการพัฒนา AI ที่เข้าใจภาษาและบริบทไทย การกำกับดูแล AI ที่มีมาตรฐาน โดยรัฐต้องเป็นเจ้าภาพในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เอกชนจะได้ทุ่มกำลังไปกับการสร้างนวัตกรรม เข้าทำนอง“รัฐสร้างราง-เอกชนสร้างรถ-คนได้ประโยชน์” รวมถึงผลักดันภารกิจ AI แห่งชาติ โดยเจาะไปในแต่ละภาคอุตสาหกรรม เช่น การท่องเที่ยวอัจฉริยะ เกษตรแม่นยำ และการยกระดับ SME

สำหรับผู้ประกอบการ SME ต้องก้าวข้าม “Adoption Paradox” สามารถนำ AI มาปรับกระบวนการทำงานจริง เช่น ใช้ AI เป็น Copilot ในงานบัญชี การตลาด และการส่งออก ขณะที่ประชาชนควรนำประสบการณ์ที่เป็นทักษะที่ AI ไม่มี นำมาพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่ AI ยังทดแทนไม่ได้

“AI จะเปลี่ยนประเทศได้ เมื่อเราเปลี่ยนวิธีคิดและเริ่มดำเนินการ โดยมีเป้าหมายที่วัดผลได้จริงทั้งในระดับประเทศ องค์กร และบุคคล” นายภูกิจ กล่าว

ด้าน ผศ.ดร. รุ่งโรจน์ โชคงามวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท เรียล สมาร์ท  บรรยายในหัวข้อ “AI กับการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล” ว่า รัฐบาลมีเป้าหมายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Government) ด้วยการทำให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็ว แม่นยำ ใช้งานง่าย และสร้างความเชื่อมั่นได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ยังมีความเสี่ยงที่ต้องระวัง คือ การตัดสินใจแทนคน การสร้างข้อมูลเท็จ (AI Hallucination) ความลำเอียงของอัลกอริทึม และความไม่เข้าใจบริบททางวัฒนธรรม

ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า AI กำลังก้าวสู่ยุคของการเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นแต่ราคาถูกลงจนทุกคนเข้าถึงได้ ดังเช่นโมเดล Kimi K3 จากจีนที่มีขนาดใหญ่ถึง 2.8 ล้านล้านพารามิเตอร์และเปิดให้ใช้ฟรี ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ที่เผชิญ “AI Shock” จากความกังวลต่อภาวะฟองสบู่ AI จนดิ่งลงและต้องใช้มาตรการ Circuit Breaker หลายครั้ง ก่อนจะฟื้นตัวเกือบ 18% ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หลังไมโครซอฟท์ประกาศผลกำไรจาก AI ที่จับต้องได้จริง

อย่างไรก็ตาม การลดลงอย่างรวดเร็วและแรงของดัชนี KOSPI ได้สร้างความเสียหายต่อนักลงทุนรายย่อยที่ใช้ Leverage หรือมาร์จิ้น จนถูกบังคับขาย  ทำให้มูลค่าสินทรัพย์หายไปในเวลาอันรวดเร็ว อาจกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากนักลงทุนเกาหลีใต้ที่เสียหายจากเหตุการณ์นี้ อาจเป็นกลุ่มเดียวกับที่มาท่องเที่ยว และ ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ ทรัพย์สินอื่นในไทย

ทั้งนี้ ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุค AI ควร ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ปฏิรูปข้อมูลภาครัฐให้พร้อมใช้ สร้าง Government AI Platform จัดทำ AI Governance ตั้งแต่ต้นทาง และพัฒนาทักษะ AI Literacy ของบุคลากรภาครัฐ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล