“แบงก์เพอร์มาตา” ชี้ รูเปียะห์อ่อนค่าเกินจริง! พื้นฐานแกร่ง-เร่งปฎิรูปสกัด MSCI หั่นเกรด

HoonSmart.com>>หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารเพอร์มาตา มั่นใจเศรษฐกิจอินโดนีเซียยังแกร่งทุกมิติ ชี้ค่าเงินรูเปียะห์ในปัจจุบันยังต่ำกว่าความเป็นจริง เผยแบงก์ชาติคุมเข้มความผันผวนระยะสั้น คาดปลายปีนี้เคลื่อนไหวกรอบ 17,900 – 18,000 รูเปียะห์/ดอลลาร์ ก่อนพลิกกลับมาแข็งค่าในระยะยาว ด้านตลาดทุนจับมือเร่งปฏิรูปเกณฑ์ Free Float มั่นใจศักยภาพเหนือกว่ากลุ่ม Frontier Market หลัง MSCI เลื่อนการปรับลดสถานะ

Mr.Josua Pardede Chief Economist,ธนาคารเพอร์มาตา ตอบคำถามจากเวทีสัมมนาใหญ่ประจำปี Indonesia Investment & Trade Forum 2026 ภายใต้ธีม Driving Growth and Creating Opportunities: Unlocking Thailand & Indonesia Trade Corridor จัดโดยธนาคารกรุงเทพ และธนาคารเพอร์มาตา กรณีค่าเงินรูเปียะห์ ว่า อัตราแลกเปลี่ยนคู่เงิน USD/IDR ในปัจจุบันยังไม่ได้สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจที่แท้จริงของอินโดนีเซีย แม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะเริ่มเรียกร้องส่วนชดเชยความเสี่ยง (Risk Premium) ที่สูงขึ้นจากความผันผวนทั่วโลก แต่ตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคของอินโดนีเซียยังคงส่งสัญญาณแข็งแกร่งในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับควบคุม ดุลบัญชีเดินสะพัด และทุนสำรองระหว่างประเทศที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

​เพื่อควบคุมความผันผวนในระยะสั้น ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia: BI) ได้ดำเนินนโยบายเชิงรุกด้วยการ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปแล้วถึง 100 basis points ในช่วง 2 เดือนก่อนหน้า พร้อมทั้งประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการคลังเพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการคลังในอนาคต

​ทั้งนี้ มีการคาดการณ์แนวโน้มค่าเงินรูเปียะห์ช่วงปลายปีนี้ จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 17,900 – 18,000 รูเปียะห์ต่อดอลลาร์
ส่วนระยะยาว (ปี 2027–2028)คาดว่ารูเปียะห์จะแข็งค่าขึ้นและทรงตัวอยู่ที่ราว 17,500 รูเปียะห์ต่อดอลลาร์ โดยมีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมหากข้อตกลงสันติภาพระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ มีความคืบหน้า ซึ่งจะช่วยเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) ในตลาดเกิดใหม่และดึงดูดเงินทุนต่างชาติให้ไหลกลับเข้าสู่ตลาดทุนอินโดนีเซีย

​ต่อกรณีคำถามด้านความเสี่ยงที่อินโดนีเซียอาจถูก MSCI ปรับลดสถานะจากตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ลงสู่ตลาดชายขอบ (Frontier Market)นั้น Mr.Josua Pardede ตอบว่า ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (OJK) และตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (IDX) ได้จับมือทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อ ปฏิรูปกฎระเบียบตลาดทุน โดยมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงเกณฑ์หุ้นหมุนเวียนเสรี (Free Float) และการเพิ่มความโปร่งใสในโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน
​กระแสการปฏิรูปดังกล่าวส่งผลให้ล่าสุดในเดือนมิถุนายน MSCI มีแนวโน้มที่จะ เลื่อนการประกาศหรือชะลอการตัดสินใจ เรื่องการปรับลดชั้นออกไปก่อน เพื่อประเมินผลลัพธ์จากการปรับปรุงเกณฑ์ของอินโดนีเซีย

​”หากพิจารณาจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) และความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจอินโดนีเซียที่ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ระดับโลกมาได้หลายครั้งในรอบทศวรรษ การนำอินโดนีเซียไปเปรียบเทียบแบบ Apple-to-Apple กับประเทศในกลุ่ม Frontier Market ถือเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมและไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ” Mr.Josua Pardede กล่าว

​Mr.Josua Pardede กล่าวว่า ในปัจจุบัน สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายใหญ่ระดับโลกหลายแห่งยังคงคงอันดับความน่าเชื่อถือของอินโดนีเซียไว้ที่ ระดับน่าลงทุน (Investment Grade) ซึ่งช่วยให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มทยอยนำเงินทุนไหลกลับเข้าสู่ตลาดพันธบัตรและตราสารหนี้ของธนาคารกลางอินโดนีเซียในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา