ไทยออยล์ คว้า 4 รางวัล Alpha Southeast Asia  ตอกย้ำความเป็นเลิศการบริหารจัดการยอดเยี่ยม

HoonSmart.com>> ไทยออยล์คว้า 4 รางวัลระดับสากล จากนิตยสาร Alpha Southeast Asia เพื่อยกย่ององค์กรที่มีความโดดเด่นด้านการบริหารจัดการ ความสัมพันธ์กับนักลงทุน และการกำกับดูแลกิจการยอดเยี่ยม ตอกย้ำความเป็นเลิศในการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยม

คุณวนิดา บุญภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการเงินและบัญชี และคุณธาริกา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้จัดการฝ่ายวางแผนการเงิน เป็นผู้แทนบริษัทฯ เข้ารับ 4 รางวัล จากงาน Alpha Southeast Asia’s 16th Annual Institutional Investor Poll 2026 ที่ประเทศสิงคโปร์ ได้แก่

  1. รางวัลการจัดการด้านนักลงทุนสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยม (Most Organized Investor Relations) เป็นปีที่ 5
  2. รางวัลผู้บริหารระดับสูงที่สนับสนุนงานนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม (Best Senior Management Investor Relations Support)
  3. รางวัลนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่มีความสม่ำเสมอ (Most Consistent Dividend Policy) เป็นปีที่ 6
  4. รางวัลรายงานประจำปียอดเยี่ยมของประเทศไทย (Best Annual Report in Thailand)

รางวัลดังกล่าวจัดโดยนิตยสาร Alpha Southeast Asia ซึ่งเป็นสื่อด้านการเงินและการลงทุนชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพิจารณาจากผลสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนสถาบันและผู้เชี่ยวชาญในตลาดทุนทั่วภูมิภาค เพื่อยกย่ององค์กรที่มีความโดดเด่นด้านการบริหารจัดการ ความสัมพันธ์กับนักลงทุน และการกำกับดูแลกิจการ

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยออยล์ในการดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาล ควบคู่กับการบริหารจัดการทางการเงิน การสื่อสารกับนักลงทุน และการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน อันเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับบรรณาธิการ

ไทยออยล์เป็นผู้ประกอบธุรกิจการโรงกลั่นนํ้ามันแบบคอมเพล็กซ์ (Complex Refinery) และเป็นโรงกลั่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2504 โดยมีธุรกิจหลักคือ การกลั่นนํ้ามันปิโตรเลียม ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 275,000 บาร์เรลต่อวัน

นอกจากนี้ ไทยออยล์มีระบบการบริหารจัดการที่มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ (Operational Excellence) โดยบริหารงานเป็นกลุ่มที่มีการเชื่อมโยงธุรกิจ ทั้งธุรกิจการกลั่นน้ำมัน ธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน โดยร่วมวางแผนการผลิตก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีต้นทุนต่ำ ขณะเดียวกันมีคุณภาพสูงในระดับโรงกลั่นชั้นนำ (Top quartile) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทำให้ได้เปรียบเชิงต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนั้น ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องหลากหลาย เช่น ธุรกิจปิโตรเคมี ธุรกิจไฟฟ้า ธุรกิจสารทำละลาย ธุรกิจบริหารการขนส่ทางท่อ ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด และธุรกิจ New S-Curve