HoonSmart.com>> “ฐิติกร” (TK) แนะ 3 แนวทางบริหารหนี้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ก่อนเซ็นสัญญาเช่าซื้อรถคันใหม่ รับเกณฑ์ใหม่แบงก์ชาติ ชี้อย่าพิจารณาเพียงค่างวดรายเดือน ควรนำตัวเลขดอกเบี้ยที่แท้จริงมาเปรียบเทียบระหว่างผู้ให้บริการ พร้อมประเมินความสามารถในการชำระหนี้ตามความเป็นจริงก่อนเซ็นสัญญาทุกครั้ง

ผู้ที่กำลังผ่อนส่งรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์อยู่อาจยังไม่รู้ว่า ตั้งแต่ต้นปี 2569 นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งอย่างเป็นทางการ ซึ่งให้สิทธิและความคุ้มครองแก่ผู้ใช้บริการมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตัวเลขจาก ธปท. ระบุว่าปัจจุบันมียอดคงค้างของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวมกันกว่า 1.6 ล้านล้านบาท หรือ 10% ของหนี้ครัวเรือนไทยทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยจำนวนมากล้วนผูกพันกับสัญญาเช่าซื้อในชีวิตประจำวัน
นายประพล พรประภา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร (TK) กล่าวว่า กติกาใหม่ของ ธปท. ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้บริโภคในการทำความเข้าใจสิทธิของตนเองและบริหารจัดการหนี้ได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีสัญญาเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่ TK ให้บริการ ทาง TK จึงขอแนะนำ 3 แนวทางสำคัญในการบริหารหนี้ให้เป็นประโยชน์กับการเงินของตนเองและครอบครัว
1. จ่ายเงินตรงเวลา รักษาสถานะและประวัติเครดิตดี
การชำระค่างวดตรงเวลาทุกเดือนคือรากฐานของการบริหารจัดการหนี้ที่ดีที่สุด ทั้งในแง่การรักษาสถานะของการผ่อนชำระและการรักษาประวัติเครดิตของตนเอง เพราะการผิดนัดชำระแม้เพียงครั้งเดียวอาจส่งผลต่อการขอสินเชื่อในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการซื้อรถคันต่อไป การกู้ซื้อบ้าน หรือสินเชื่อส่วนบุคคลอื่น ๆ
ทั้งนี้ กติกาใหม่ของ ธปท. กำหนดเพดานดอกเบี้ยผิดนัดไว้ที่ไม่เกิน 5% ต่อปี ซึ่งเป็นมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคในกรณีเกิดเหตุจำเป็น อย่างไรก็ดี การรักษาวินัยการชำระหนี้ตลอดอายุสัญญายังคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพการเงินระยะยาว รวมทั้งการเข้าถึงเงินกู้ต่าง ๆ ยามจำเป็นในอนาคต
2. มีปัญหาสภาพคล่อง ใช้สิทธิขอปรับโครงสร้างหนี้ก่อนหนี้เสีย
หากเริ่มรู้สึกว่าภาระค่างวดหนักเกินกว่าที่รับได้ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนกลายเป็นหนี้เสีย เพราะภายใต้กติกาใหม่ของ ธปท. ผู้ให้บริการเช่าซื้อมีหน้าที่ต้องเสนอแนวทางปรับโครงสร้างหนี้แก่ลูกหนี้ก่อนเป็นหนี้เสีย อย่างน้อย 1 ครั้ง และหลังจากเป็นหนี้เสีย อย่างน้อย 1 ครั้ง ก่อนที่จะดำเนินการยึดรถหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย
ดังนั้น เมื่อเริ่มมีปัญหาด้านสภาพคล่องควรรีบติดต่อผู้ให้บริการทันที เพราะการขอปรับโครงสร้างหนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการขอขยายระยะเวลาหรือลดจำนวนเงินค่างวดชั่วคราว จะช่วยให้รับมือกับปัญหาได้ดีกว่า และรักษาประวัติเครดิตไว้ได้ดีกว่าการปล่อยให้หนี้ค้างชำระสะสม
3. มีเงินก้อน “โปะ” ก่อนครบสัญญา ได้ส่วนลดดอกเบี้ยที่เหลือทันที
อีกหนึ่งสิทธิที่หลายคนอาจยังไม่ทราบคือ สำหรับบุคคลธรรมดาที่เช่าซื้อรถเพื่อใช้ส่วนตัว หากต้องการปิดหนี้ก่อนครบกำหนดสัญญา กติกาใหม่ของ ธปท. กำหนดให้ได้รับ “ส่วนลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ” ทันที ตามระยะเวลาสัดส่วนที่ผ่อนชำระ หมายความว่า ลูกค้าไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยในส่วนที่เหลือทั้งหมดของสัญญาอีกต่อไป
สำหรับผู้ที่มีเงินออมหรือได้รับเงินก้อนพิเศษ การนำเงินมาโปะปิดหนี้เช่าซื้อก่อนครบกำหนดจึงเป็นวิธีที่ประหยัดดอกเบี้ยได้จริงและช่วยเสริมสุขภาพทางการเงินของครัวเรือนในระยะยาว
ออมอย่างมีวินัย รากฐานสำคัญของการบริหารหนี้ที่มั่นคง
การมีเงินก้อนเพื่อโปะหนี้ก่อนครบกำหนดได้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากการมีวินัยทางการออมที่ดี ซึ่ง ธปท. แนะนำให้ ผู้บริโภคปรับแนวคิดจาก “ใช้ก่อนเก็บ” หรือสมการ รายได้ − รายจ่าย = เงินออม ที่คนส่วนใหญ่ คุ้นเคย มาเป็น “เก็บก่อนใช้” ด้วยสมการ รายได้ − เงินออม = ค่าใช้จ่าย แนวคิดนี้จะช่วยให้มีเงินออมสม่ำเสมอ มีเงินสำรองฉุกเฉิน และสามารถบริหารภาระหนี้เช่าซื้อได้ อย่างมั่นคงในระยะยาว
รายงานทักษะทางการเงินของคนไทยปี 2567 โดย ธปท. ชี้ว่า คนไทยมีทักษะทางการเงินสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD และมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจเรื่องดอกเบี้ยและดอกเบี้ยทบต้น แม้กว่า 91.5% ตั้งใจจะออมเงิน แต่ 77.3% ยังมีเงินออมฉุกเฉินไม่ถึง 6 เดือน และ 86% ยังไม่ได้วางแผนเกษียณ หรือยังไม่สามารถทำตามแผนได้ สะท้อนให้เห็นว่าความตั้งใจออมยังไม่แปลงเป็น พฤติกรรมที่ยั่งยืนได้จริง
ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยที่ ธปท. ระบุว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คนไทยเป็น หนี้เร็วขึ้น มากขึ้น และนานขึ้น โดย 50% ของคนอายุต่ำกว่า 30 ปีเริ่มเป็นหนี้แล้ว และ 1 ใน 5 ของกลุ่มนี้ กลายเป็นหนี้เสีย ขณะที่ในจำนวนคนไทย 21 ล้านคนที่มีหนี้ พบว่าเป็นหนี้เสียถึง 3 ล้านคน หรือคิดเป็น 16% และยังพบว่าแม้แต่ผู้ที่เข้าสู่วัยเกษียณแล้วก็ยังคงแบกภาระหนี้อยู่ ข้อมูลเหล่านี้ตอกย้ำความสำคัญของการ ปรับพฤติกรรมทางการเงินตั้งแต่วันนี้ ทั้งในแง่การออมและการบริหารหนี้อย่างมีวินัย
ผู้ที่กำลังพิจารณาเช่าซื้อรถคันใหม่: รู้ก่อนเซ็น ได้เปรียบตลอดสัญญา
นอกจากผู้ที่มีหนี้เช่าซื้ออยู่แล้ว นายประพลยังแนะนำผู้ที่กำลังพิจารณาทำสัญญาเช่าซื้อรถคันใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ ให้ศึกษาสิทธิของตนเองก่อนตัดสินใจ ภายใต้กฎใหม่ของ ธปท. ผู้ให้บริการมีหน้าที่แจกแจงรายละเอียดสัญญาให้ครบถ้วนก่อนลงนาม ไม่ว่าจะเป็นจำนวนงวด เงินต้นและดอกเบี้ยในแต่ละงวด ค่าบริการ ค่าปรับ และเงื่อนไขการปิดบัญชีทุกรูปแบบ
ทั้งนี้ ธปท. ยังกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงสำหรับบุคคลธรรมดาที่ใช้รถเพื่อการส่วนตัวไว้ชัดเจน ได้แก่ ไม่เกิน 23% ต่อปีสำหรับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 10% ต่อปีสำหรับรถยนต์ใหม่ และไม่เกิน 15% ต่อปีสำหรับรถยนต์มือสอง ผู้บริโภคจึงควรนำตัวเลขดอกเบี้ยที่แท้จริงมาเปรียบเทียบระหว่างผู้ให้บริการ ไม่ใช่พิจารณาเพียงค่างวดรายเดือนเพียงอย่างเดียว

“ผู้บริโภคควรศึกษาและเปรียบเทียบข้อเสนอจากผู้ให้บริการหลายรายก่อนตัดสินใจ รวมทั้งควรประเมินความสามารถในการชำระหนี้ตามความเป็นจริงก่อนเซ็นสัญญาทุกครั้ง” นายประพลกล่าวสรุป
TK ในฐานะผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. มุ่งมั่นให้บริการที่โปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าทั้งที่มีสัญญาอยู่แล้วและที่กำลังพิจารณาเริ่มต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TK Call Center 02-310-7000 หรือ LINE: @TKPLUS

