“คิงส์ฟอร์ด”ประเมินดัชนีทรงตัว รอผลเจรจาหยุดยิงรอบใหม่ ชู TOA-CPALL

HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับ SET ที่ 1,530 – 1,540 จุด แนวต้าน 1,550 – 1,560 จุด คาดดัชนี “ทรงตัว” ในกรอบรอผลการเจรจาหยุดยิงรอบใหม่ระหว่างสหรัฐ – อิหร่านที่กรุงโดฮาในวันอังคารนี้ ในประเทศติดตามครม.พรุ่งนี้ , ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์, การรีบาลานท์ SET50/SET100 พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่น TOA, CPALL


บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,530 – 1,540 จุด แนวต้าน 1,550 – 1,560 จุด คาดดัชนีทรงตัวในกรอบรอผลการเจรจาหยุดยิงรอบใหม่ระหว่างสหรัฐ – อิหร่านที่กรุงโดฮาในวันอังคารนี้ แนะนำทยอยซื้อกลุ่ม Domestic Play เช่น KBANK,SCB,SAWAD,MTC,GLOBAL,DOHOME,CPN คาดกำไรฟื้นตัวได้มีตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศ, กลุ่มได้ประโยชน์จาก มาตรการของ กกพ.เปิดซื้อไฟฟ้า Solar Roof Top หน่วยละ 2.20 บาท เป็นเวลา 10 ปี เริ่ม 1 ก.ค. มีโควตา 500 MW เช่น GUNKUL,SPCG,GULF,BGRIM

ประเด็นที่ต้องติดตามในวันอังคาร คือ ผลการประชุม ครม., ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์, การรีบาลานท์ SET50 เข้า คือ BCP,MRDIYT,THAI,TFG / SET100 เข้า คือ MRDIYT,THAI,THCOM,WHAUP และผลการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐ – อิหร่านที่กรุงโดฮา

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐปิดวันศุกร์ DJIA -0.09%, S&P500 -0.05%, Nasdaq -0.24% จากแรงขายกลุ่มอุต ฯ -3.41%, วัสดุ -2.45% และเทคโนโลยี -1.0% โดยนักลงทุนกังวลภาระการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่อยู่ระดับสูง ซึ่งอาจจะไม่คุ้มค่าเงินลงทุน ขณะที่ OpenAI เผยเตรียมเลื่อนการขายหุ้น IPO มูลค่า 7.3 แสน ล.ดอลลาร์ออกไปในปีหน้า ส่วน Apple ปรับลดลง หลังบริษัทเตรียมปรับขึ้นราคาขาย IPads, Macbook เนื่องจากต้นทุนชิปที่แพงขึ้น แม้ว่า Micron Tech จะรายงานกำไร Q3 ดีกว่าคาด

ขณะที่สถานกาณ์ยิงกันรอบใหม่ระหว่างสหรัฐ – อิหร่าน หลังอิหร่านได้โจมตีเรือบรรทุกสินค้า และน้ำมันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดได้มีการประกาศหยุดยิงระหว่างรอผลการเจรจาที่กรุงโดฮาในวันอังคารนี้ ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจวันพฤหัสติดตาม ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ มิ.ย. คาดเพิ่มขึ้น 130,000 ราย และอัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.3% , วันศุกร์ตลาดหุ้นสหรัฐปิดในวัน Independence Day

หุ้นแนะนำ TOA (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 14.40 บาท) มี sentiment เชิงบวกจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มดีขึ้น ราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างรวดเร็วส่งผลบวกต่อต้นทุนในอนาคต บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 953 ล้านบาท +13%QoQ, +30%YoY หนุนจากยอดขายที่เติบโต QoQ, YoY จากตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่ GPM อยู่ในระดับ 40% แนวโน้ม 2Q69 กำไรจะถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น ทั้ง Oil linked และ TiO2 แต่ยอดขายยังเติบโตได้อยู่จากการปรับขึ้นราคาขาย อย่างไรก็ตามคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะยังอ่อนตัวใน 3Q69 ก่อนที่จะดีขึ้นใน 4Q69

ทั้งนี้ ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 2.6 พันล้านบาท -10%YoY และ 2.9 พันล้านบาท +10%YoY

หุ้น CPALL (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 65.50 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 9,118 ลบ.(+20%YoY, +26%QoQ) ภาพรวมการดำเนินงานหลักบวกดี YoY จาก SSSG 7-11 +1.9%YoY/ Makro +0.6%YoY/ Lotus flat YoY ขณะที่ QoQ ฟื้นจากฐานต่ำใน 4Q68 ที่ฝั่ง Makro+Lotusกดดันจากคนละครึ่ง พลัส และ ภัยคุกคามทางไซเบอร์

ส่วนการดำเนินงานในช่วง 2Q69 เบื้องต้น คาด QoQ จะอ่อนตัวตามฤดูกาล แต่ภาพ YoY จะยังคงเป็นบวกได้ต่อแม้จะมีปัจจัยกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นตามราคาพลังงาน แต่ยังพอสามารถชดเชยได้ด้วยจาก 1.ยอดขายเครื่องดื่มตามสภาพอากาศร้อน 2.ประเภทของสินค้า 7-11 ยังเป็นที่นิยม และ 3.Fx Loss ใน 2Q68 ที่ -237 ล้านบาท

 
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–