NEO ดีไซน์ความสุขคนทำงาน Well-Being เดินหน้าโรงงานสีเขียวอัจฉริยะ สร้างนวัตกรรมสินค้าคุณภาพ

HoonSmart.com>>”นีโอ คอร์ปอเรท” (NEO) ดีไซน์ความสุขคนทำงาน ด้วยแนวคิด Workplace Well-Being เดินหน้าโรงงานสีเขียวอัจฉริยะ ปลูกฝังค่านิยมสร้างนวัตกรรมสินค้าคุณภาพสู่ผู้บริโภค

หลายคนอาจคิดว่า “คุณภาพสินค้า” เริ่มต้นจากวัตถุดิบที่ดีและเทคโนโลยีการผลิตเพียงเท่านั้น แต่สำหรับ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท หรือ NEO เราเชื่อว่าคุณภาพของสินค้าเริ่มต้นจาก “ความสุขของผู้ร่วมงาน” ที่อยู่เบื้องหลังสายการผลิต

ในวันที่หลายองค์กรแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม อีกหนึ่งปัจจัยที่กำลังได้รับความสนใจไม่แพ้กัน คือการลงทุนกับ “คุณภาพชีวิตของคนทำงาน” เพราะหลายผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า Workplace Well-Being ไม่เพียงส่งผลต่อความสุขของผู้ร่วมงาน แต่ยังเชื่อมโยงกับประสิทธิภาพการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ และการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

แนวคิดดังกล่าวกำลังถูกนำมาปรับใช้ในหลายองค์กรทั่วโลก รวมถึง NEO ในฐานะผู้นำนวัตกรรมสินค้าอุปโภคของไทย ด้วยความเชื่อว่า “ความสุขของผู้ร่วมงานคือจุดเริ่มต้นของสินค้าที่ดี” จึงให้ความสำคัญกับการสร้าง Workplace Well-Being เพื่อให้บุคลากรทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมส่งต่อความใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตไปยังผู้บริโภค

นางสาวณิศรา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท  กล่าวว่า Well-Being เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะเมื่อผู้ร่วมงานมีสุขภาพกายและใจที่ดี ย่อมมีแรงบันดาลใจในการทำงาน เกิดความคิดสร้างสรรค์ และใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดสะท้อนออกมาเป็นคุณภาพของสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคได้รับ

“ความสุขของผู้ร่วมงาน ไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายด้านทรัพยากรบุคคล แต่เป็นรากฐานสำคัญของการสร้างนวัตกรรมและมาตรฐานการผลิต เพราะเมื่อคนทำงานอย่างมีความสุข ความใส่ใจในทุกขั้นตอนก็จะถูกส่งต่อไปยังสินค้าทุกชิ้น”

แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดออกมาเป็นรูปธรรม ทั้งที่สำนักงานใหญ่ NEO Corporate และที่โรงงาน NEO Factory ผ่านการออกแบบสถานที่ทำงานที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของผู้ร่วมงานในทุกมิติ ยกตัวอย่างเช่น อาคารโรงงานผลิตสินค้า Personal Care หลังใหม่ของ NEO ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยกว่า 45,000 ตร.ม. ถูกออกแบบให้มีพื้นที่เปิดโล่งและมี Courtyard หรือลานปลูกต้นไม้กลางอาคารที่เปิดรับแสงธรรมชาติ สร้างบรรยากาศการทำงานที่ผ่อนคลายและลดการใช้พลังงานในเวลากลางวัน พร้อมจัดโซนพื้นที่นั่งพักผ่อนที่มองเห็นธรรมชาติ เพื่อให้บุคลากรได้ Recharge ระหว่างวัน

ขณะเดียวกัน NEO ยังนำเทคโนโลยี Smart Factory และแนวคิด Industry 4.0 เข้ามาพัฒนากระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (Automation & Robotics) เข้ามาช่วยในขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนหรือต้องใช้แรงงานหนักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต นอกจากนี้ เรายังจัดให้มี NEO Care Space พื้นที่ส่วนกลางสุดสร้างสรรค์ที่มอบแรงบันดาลใจ สำหรับการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนไอเดีย และทำ Workshop สะท้อนแนวคิดการลงทุนกับคนควบคู่กับการลงทุนด้านเทคโนโลยี เพราะเราเชื่อว่า “โรงงานอัจฉริยะ” จะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อ “คน” เติบโตไปพร้อมกับนวัตกรรม

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของ NEO คือการมุ่งสู่การเป็น People-Driven Organization ผ่านการปลูกฝัง DNA ขององค์กร 4 ด้าน ได้แก่ Passion, Innovation, Insightful และ Resourceful เพื่อส่งเสริมให้ผู้ร่วมงานกล้าคิด กล้าสร้างสรรค์ เข้าใจผู้บริโภค และพร้อมพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง สำหรับ NEO การสร้าง Workplace Well-Being เป็นการสร้างระบบนิเวศการทำงานที่ช่วยให้คน เทคโนโลยี และวัฒนธรรมองค์กรเติบโตไปพร้อมกัน เพราะเราเชื่อว่าเมื่อผู้ร่วมงานได้รับการสนับสนุนให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ ความภาคภูมิใจและความรับผิดชอบจะเกิดขึ้นจากภายใน ซึ่งสะท้อนออกมาเป็นความใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน ส่งผลถึงคุณภาพของสินค้าที่ผู้บริโภคสัมผัสได้ในทุกวัน

จากความมุ่งมั่นในการดูแลเอาใจใส่บุคลากรในทุกมิติ ทำให้บริษัทได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างน่าภาคภูมิใจ อาทิ การได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ Well-Being Organizations Awards 2025 ระดับ Gold จาก PMAT นอกจากนี้ยังได้รับ 2 รางวัลจากเวที HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2025 ได้แก่ รางวัล Best Company to Work For in Asia (GOLD WINNER) สุดยอดองค์กรที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในเอเชีย เป็นปีที่ 6 และรางวัล Most Caring Company ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมด้วยรางวัลด้านการบริหารงานบุคคลและองค์กรดีเด่นอีกหลายรายการ

“สำหรับ NEO การดูแลผู้ร่วมงานไม่ใช่เพียงการสร้างองค์กรที่น่าทำงาน แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้ เติบโต และพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่า เมื่อคนเติบโต องค์กรก็จะเติบโต และสามารถส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดไปยังผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน” นางสาวณิศรา กล่าวสรุป