คอลัมน์ความจริงความคิด : อะไร คือ เนรคุณ?

โดย….สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP นักวางแผนการเงิน
 

สงครามก็จบแล้ว (หวังว่านะ) ตอนนี้ก็มาตามเรื่องชาวบ้านตระกูลใหญ่ที่ฟ้องร้องกันระหว่างแม่ลูก เรื่อง “เนรคุณ” คำนี้แรงนะ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน คำว่า เนรคุณ (-ระคุน) เป็นคำกริยา หมายถึง:อกตัญญูไม่รู้คุณ ไม่สำนึกถึงบุญคุณของผู้ที่เคยช่วยเหลือ จำได้สมัยเด็ก ใครโดนด่าว่า “เนรคุณ” เป็นได้มีเรื่องกัน

แต่การไม่รู้คุณ อกตัญญู มันดูเป็นนามธรรม แล้วจุดตัดจุดไหน ถึงจะเรียกได้ว่า “เนรคุณ” เรามาดูมุมมองทางกฎหมายกันนะซึ่งได้บ่งบอกให้นิยามของ “เนรคุณ” ชัดเจนแบบจับต้องได้

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) การให้ทรัพย์สินโดยเสน่หาเมื่อส่งมอบแล้วจะถอนคืนไม่ได้ เว้นแต่ผู้รับจะประพฤติเนรคุณ ซึ่งมีเงื่อนไขตาม ลักษณะ 3 ให้ (มาตรา 521 – 536) โดยแบ่งเป็นเหตุที่ผู้รับกระทำการ และเงื่อนไขระยะเวลา ดังนี้ครับ

3 กรณี เหตุประพฤติเนรคุณ (ตามมาตรา 531)

1.ประทุษร้ายผู้ให้: ผู้รับได้ทำร้ายร่างกาย หรือพยายามฆ่าผู้ให้ ซึ่งเป็นความผิดฐานอาญาอย่างร้ายแรง จำได้ว่าในซีรีย์เกาหลี Extraordinary Attorney Woo ทนายอูยองอูก็มีการใช้กลยุทธ์นี้ในการทวงคืนทรัพย์สินให้ลูกความเช่นกัน

2.หมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง: ผู้รับทำให้ผู้ให้เสียชื่อเสียง หรือด่าทอหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง (เช่น การใช้คำหยาบคายด่าทอบุพการี)

3.บอกปัดไม่ให้สิ่งของจำเป็น: ผู้รับปฏิเสธที่จะให้สิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพแก่ผู้ให้ ในเวลาที่ผู้ให้ตกอยู่ในสภาวะยากไร้ และผู้รับยังมีความสามารถเพียงพอที่จะช่วยเหลือได้

เงื่อนไขเวลาในการฟ้องคดี (ตามมาตรา 533)

แม้จะเข้าข่ายเหตุเนรคุณข้างต้น แต่ผู้ให้ต้องใช้สิทธิฟ้องถอนคืนภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด มิเช่นนั้นจะหมดสิทธิฟ้อง ได้แก่:

• ต้องฟ้อง ภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ผู้ให้ทราบถึงเหตุเนรคุณนั้น
• ต้องฟ้อง ภายใน 10 ปี นับแต่วันที่เกิดเหตุประพฤติเนรคุณขึ้น
• หากผู้ให้เคย ให้อภัย ในการกระทำนั้นแล้ว จะไม่สามารถนำเหตุเดียวกันมาฟ้องถอนคืนได้อีก เราต้องไม่ยอมรับคำขอโทษ ไม่เซ็นเอกสารยอมความ หรือแสดงออกในทางให้อภัยผู้รับเด็ดขาด มิเช่นนั้นสิทธิฟ้องร้องจะระงับทันที

(หมายเหตุ: การให้บางลักษณะ เช่น ให้สิ่งที่มีค่าภาระติดพัน หรือให้โดยหน้าที่ธรรมจรรยา เช่น พ่อแม่ให้ทรัพย์สินแก่ลูกตามสมควร จะถอนคืนเพราะเหตุเนรคุณไม่ได้ ตามมาตรา 535)

สิ่งที่ต้องเตรียมเพื่อฟ้องร้อง
1. หลักฐานการให้เงิน: สลิปโอนเงิน, ข้อความแชทที่คุยกันเรื่องยกเงินให้ หรือสัญญาการให้ (ถ้ามี) เพื่อยืนยันว่าเป็นการยกทรัพย์สินให้โดยเสน่หา

2. หลักฐานการหมิ่นประมาท:

    • หากด่าทอต่อหน้าหรือทางโทรศัพท์: ต้องใช้คลิปวิดีโอ คลิปเสียง หรือพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์
    •หากด่าทอทางโซเชียลมีเดีย: ให้แคปหน้าจอข้อความ โพสต์ หรือแชทที่ใช้คำหยาบคายรุนแรง รวมถึงชื่อโปรไฟล์ของผู้รับ

ข้อควรระวังในชั้นศาล
คำว่า “หมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง” ศาลจะพิจารณาจากฐานะ ความสัมพันธ์ และถ้อยคำที่ใช้ เช่น การที่ลูกด่าทอบุพการีด้วยคำหยาบคายรุนแรง หรือการใส่ร้ายให้ผู้ให้อับอายทางสังคมอย่างมาก หากเป็นเพียงการทะเลาะเบาะแว้งหรือใช้คำพูดประชดประชันทั่วไป ศาลอาจมองว่ายังไม่ร้ายแรงพอที่จะถอนคืนการให้ได้ครับ

หลายคนคงสงสัยคู่กรณีต้องเป็นพ่อแม่ ลูกใช่หรือไม่
คำตอบ คือ ไม่ใช่ครับ คู่กรณีในคดีฟ้องถอนคืนการให้เพราะเหตุเนรคุณ ไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อแม่กับลูกเท่านั้น ครับ
กฎหมายเปิดช่องให้ บุคคลทั่วไป ที่มีการให้ทรัพย์สินโดยเสน่หาก็สามารถฟ้องร้องได้เช่นกัน โดยมีหลักเกณฑ์ความสัมพันธ์และข้อยกเว้นที่ศาลพิจารณาดังนี้ครับ:

ใครที่สามารถฟ้องถอนคืนการให้ได้บ้าง?
คดีที่เกิดขึ้นระหว่าง “ผู้ให้” และ “ผู้รับ” คู่สัญญาคู่ใดก็ได้ที่มีการส่งมอบทรัพย์สินให้กันฟรี ๆ โดยเสน่หา เช่น

คนรัก / แฟน / คู่หมั้น ที่สายสัมพันธ์จบลงแล้วมีการด่าทอหมิ่นประมาทกัน
ญาติพี่น้อง เช่น ปู่ย่าตายายให้หลาน พี่ให้น้อง หรือลุงป้าน้าอาให้หลาน
เพื่อนฝูง หรือบุคคลอื่น ที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดเลยก็ฟ้องได้

ความแตกต่างระหว่าง “บุคคลทั่วไป” กับ “พ่อแม่-ลูก” ในชั้นศาล

แม้กฎหมายจะให้สิทธิทุกคน แต่ในทางปฏิบัติ ความสัมพันธ์มีผลต่อการพิจารณาคำว่า “หมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง” ของศาล ครับ

• กรณีพ่อแม่-ลูก : ศาลจะเคร่งครัดมาก หากลูกใช้คำหยาบคายด่าทอพ่อแม่ (เช่น คำว่า กู, มึง, อีเฒ่าหัวหงอก) ศาลมักตัดสินว่าเป็นเหตุเนรคุณร้ายแรงทันที เพราะขัดต่อศีลธรรมอันดีและหน้าที่ความกตัญญู ตัวอย่างเช่น คำพิพากษาศาลฎีกาที- 6424/2557 (เพิกถอนการให้ด้วยเหตุเนรคุณ)

เอียง เข้ม“การที่บุตรเรียกบิดาว่า “ไอ้ แก่” ก็เป็นคำด่าแล้ว ทั้งยังพูดอีกว่า“ไอ้แก่ แก่แล้วเลอะเลือน” จึงเป็นการด่าบิดาโดยไม่ให้ความเคารพนับถือยำเกรง หยาบคาย แสดงถึงการเหยียดหยามดูแคลนเป็นถ้อยคำหมิ่นประมาทบิดาอย่างร้ายแรง”

เอียง เข้ม พิพากษาให้ลูก…จดทะเบียนโอนที่ดินสองแปลงคืนแก่พ่อไป”

• กรณีบุคคลทั่วไป / เพื่อน / แฟน : ศาลจะดูที่บริบทสังคมเป็นหลัก ถ้อยคำที่ใช้ต้องรุนแรงถึงขั้นทำลายเกียรติยศชื่อเสียงอย่างมาก หรือเป็นการใส่ร้ายป้ายสีต่อบุคคลที่สามให้ผู้ให้ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างรุนแรง หากเป็นเพียงคำด่าทอทะเลาะกันธรรมดา ศาลอาจมองว่ายังไม่เข้าขั้น “หมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง” ครับ

ข้อยกเว้นที่ “ฟ้องคืนไม่ได้” แม้จะเนรคุณ (ตามมาตรา 535)

1. ให้เพื่อตอบแทนบุญคุณหรือเป็นรางวัลในการทำงาน (ให้เป็นบำเหน็จสินจ้างโดยแท้)
2. ให้โดยมีภาระติดพัน (เช่น ให้เงินโดยมีเงื่อนไขว่าต้องไปผ่อนบ้านต่อให้)
3. ให้ตามหน้าที่ศีลธรรมหรือธรรมจรรยา (เช่น พ่อแม่ส่งเสียเงินค่าเล่าเรียนหรือให้เงินลูกดำรงชีพตามสมควรฐานะ)
4. ให้เนื่องในการสมรส (เช่น เงินสินสอด)