“ทรีนีตี้”จับตาประชุมธนาคารกลางหลัก-เงินเฟ้อ ชี้ชะตาหุ้นโลกมิ.ย.-แนะลงทุนกลุ่มปลอดภัย

HoonSmart.com>>”ทรีนีตี้” มองนโยบายการเงินของธนาคารกลาง-เงินเฟ้อ ชี้ชะตาตลาดหุ้นโลกเดือนมิ.ย. หากขยับเสี่ยงบอนด์ยีลพุ่งตัวอีกรอบ แนะลงทุนกลุ่มหุ้นปลอดภัย Valuation ไม่สูง มีความเสี่ยงต่ำหาก Bond yield พุ่ง พร้อมชู 10 หุ้นเด่นเก็บเข้าพอร์ต ยืนเป้าดัชนีที่แนวต้าน 1,540 จุด

ณัฐชาต เมฆมาสิน

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยถึงแนวโน้มการลงทุนใน ตลาดหุ้นไทยในเดือนมิ.ย.2569 ว่า ดัชนีหุ้นทั่วโลกในเดือนมิ.ย. จะแกว่งผันแปรไปตามปัจจัยเดิมอย่างภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจเริ่มมีน้ำหนักน้อยลง และปัจจัยใหม่ที่จะเข้ามามีน้ำหนักมากขึ้นอย่างเช่นโทนการประชุมของธนาคารกลางสำคัญต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่จะมีการประชุมกันในเดือนนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องระวังเพราะ ปัจจุบันนักลงทุนในตลาดยังไม่ได้ Price in ประเด็นความเสี่ยงเรื่องการเข้มงวดนโยบายการเงินเข้าไปในราคาสินทรัพย์ต่างๆ มากนัก และล่าสุดยังไม่ได้มีการ Fully price in การขึ้นดอกเบี้ยของ ECB และ BoJ ในเดือนนี้ (89% และ 66% ตามลำดับ) ไม่นับรวมกับการประชุมของธนาคารกลางพี่ใหญ่อย่าง Fed และกนง.ของไทย ที่ในรอบนี้แม้จะยังไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย แต่อาจมีความเป็นไปได้ที่จะส่งสัญญาณที่ Hawkish มากขึ้น ตามเครื่องชี้เงินเฟ้อต่างๆที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

นายณัฐชาต กล่าวว่า ปัจจัยเหล่านี้ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อมากขึ้น ประเมินว่าจะทำให้คาดการณ์เงินเฟ้อในตลาด (Breakeven) ที่ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำยกตัวสูงขึ้น จนนำมาสู่การปรับเพิ่มขึ้นของ Bond yield ในตลาดอีกครั้งได้ ซึ่ง จะเป็นแรงกดดันทางอ้อมต่อมายังตลาดหุ้นในท้ายที่สุด ในทางกลับกัน หากตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนนี้ออกมามีสัญญาณชะลอตัวลง และการส่งสัญญาณของธนาคารกลางต่างๆยังไม่ได้อยู่ในโทนที่ Hawkish มากนัก คาดว่าโมเมนตัมของการเก็งกำไรในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกจะสามารถดำเนินต่อไป โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มประเทศที่ยังคงเห็นการปรับประมาณการขึ้นต่อเนื่อง อย่าง เกาหลีใต้ ซึ่งยังคงเป็นตลาดหุ้นที่สามารถชดเชย Bond yield ที่ปรับตัวขึ้น

สำหรับตลาดหุ้นไทย แม้ว่าดัชนีจะทะลุแนวต้านเดิมทาง Valuation ที่ระดับ 1,540 จุดขึ้นมาแล้ว แต่ด้วยคาดการณ์ EPS ในตลาดที่ยังคงทรงตัว ทำให้ยังไม่สามารถขยับขยายแนวต้านนี้ขึ้นจากเดิมได้ อย่างไรก็ตามด้วยลักษณะตลาดเช่นนี้หากจะต้องเลือกลงทุน แนะนำ กลุ่มหุ้นปลอดภัย Valuation ไม่สูง และมีความเสี่ยงต่ำหาก Bond yield ปรับตัวขึ้นไว้ก่อนอย่างเช่น กลุ่ม Consumer staple เลือก CPAXT, CPALL , กลุ่ม ICT เลือกหุ้น ADVANC, TRUE, กลุ่มโรงพยาบาล เลือก BDMS, CHG , กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เลือกหุ้น AMATA, WHA และกลุ่มบริการรับเหมาก่อสร้าง เลือกหุ้น CK, STECON