HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลงเช้านี้ โดยโตเกียวร่วงลงแรงต่อเนื่องจากการปรับลงอย่างหนักในวันก่อนหน้า หลังจากดัชนีหลักในตลาดหุ้นสหรัฐมีทิศทางที่ต่างกันเมื่อคืนที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอ่อนตัวลง แต่ตลาดได้รับการชดเชยบางส่วนจากหุ้นกลุ่มการเงินที่ปรับตัวขึ้น ขณะที่กลุ่มอื่นๆ ปรับตัวในทิศทางที่ต่างกัน
ในตลาดหลัก (Prime Market) กลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก และกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ ส่วนกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด คือ กลุ่มขนส่งทางทะเลและกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์
ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ และล่าสุดอยู่ที่ 159.96 เยน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นเพิ่มคำเตือนเกี่ยวกับค่าเงินที่อ่อนค่าลง ทำให้เทรดเดอรต้องเฝ้าระวังการแทรกแซงเพิ่มเติมจากญี่ปุ่น
ณ เวลา 10.06 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 66,661.47 จุด ลดลง 809.22 จุด, -1.2%
ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกร่วง เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหันมาตั้งรับก่อนช่วงสุดสัปดาห์ ด้วยความกังวลถึงการปะทุของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน
เมื่อวันพฤหัสบดี กลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงฉบับใหม่ในเลบานอน และอิสราเอลกล่าวว่าจะไม่ถอนทหารออกจากประเทศ ซึ่งเป็นการบั่นทอนความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในการยุติการสู้รบและบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับเตหะราน
ในขณะเดียวกัน แรงหนุนจากหุ้นที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในช่วงต้นสัปดาห์ก็เริ่มแผ่วลง หลังบริษัทผู้ผลิตชิป Broadcom ในสหรัฐรายงานผลประกอบการที่ไม่น่าประทับใจ
ส่งผลให้ดัชนีหุ้นเอเชียแปซิฟิกของ MSCI ไม่รวมญี่ปุ่น ปรับตัวลง 1.6% ในช่วงต้นของการซื้อขายในเอเชีย ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นส่วนใหญ่ ร่วงลงมากกว่า 6% นำการปรับลงในภูมิภาค
หุ้นใหญ่ทั้ง Samsung Electronics และ SK Hynix ลดลง 6% และ 8% ตามลำดับ
ชารู ชานานา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของ Saxo กล่าวว่า ดูเหมือนว่าวันนี้จะเป็นช่วงที่นักลงทุนลดความเสี่ยงลงอย่างมาก
เกาหลีเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากวัฏจักรการเติบโตของหน่วย ความจำ AI ดังนั้นเมื่อ Broadcom ทำผลงานได้ไม่ตรงตามความคาดหวังด้าน AI นักลงทุนจึงลดความเสี่ยงในห่วงโซ่การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
ความสนใจของนักลงทุนยังอยู่ที่อัตราแลกเปลี่ยน โดยเงินวอนของเกาหลีใต้อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องแตะระดับต่ำสุดในรอบปี 2009 ขณะที่เงินรูเปียะฮ์ของอินโดนีเซียปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติถอนเงินหลายพันล้านดอลลาร์ออกจากพันธบัตรและหุ้นของประเทศ
นักลงทุนจับตาการรายงานการจ้างงานรายเดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ ที่มีกำหนดประกาศเวลา 8:30 น. ตามเวลาวอชิงตัน ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 85,000 ตำแหน่งในการจ้างงานนอกภาคเกษตร ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบสามเดือน และอัตราการว่างงานทรงตัวที่ 4.3% ตามการคาดการณ์เฉลี่ยของนักเศรษฐศาสตร์ในแบบสำรวจของ Bloomberg
แม้ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านและ AI จะยังคงครอบงำตลาด แต่รายงานการจ้างงานในวันศุกร์มีความสำคัญมากสำหรับตลาด โดยทอม เอสเซย์ จาก Sevens Report กล่าวว่าตลาดแรงงานที่ ‘ตึงตัวเกินไป’ อาจเสี่ยงต่อการเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,070.662 จุด เพิ่มขึ้น 12.88 จุด, +0.32%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 25,114.98 จุด ลดลง 137.42 จุด, -0.54%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 8,312.77 จุด ลดลง329.64 จุด, -3.78%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 45,287.88 จุด ลดลง 389.58 จุด, -0.85%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 0.6 ดอลลาร์หรือ 0.74% ซื้อขายที่ 95.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 0.37 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ซื้อขายที่ 93.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
