จับตา 8 หุ้นบิ๊กแคปดัน SET ทะลุ 1,600 จุด Overweight กลุ่มค้าปลีกชู 7 หุ้นเด่น

HoonSmart.com>>บล.บัวหลวง แนะจับตา 8 หุ้นบิ๊กแคปดัน SET ทะลุ 1,600 จุด!พบสัญญาณชัดเจน Fund Flow ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ให้น้ำหนักกลุ่มค้าปลีก “มากกว่าตลาด” หุ้นเด่น 7 บริษัท พลัง Back-to-School 

บล.บัวหลวง มองแนวโน้มตลาดวันนี้ Stock Rotations จากการที่วานนี้ ราคาหุ้นไทยรายตัวในระหว่างวัน เริ่มเห็นอาการ “เช้าไม่ขาย บ่ายไม่เหลือ” สำหรับนักเล่นสั้นหรือนักเก็งกำไร อาจต้องลดการไล่ราคา ควรเน้นตั้งรับและวาง Stop loss เผื่อไว้เสมอ

ส่วนภาพรวมตลาด ยังคงเห็นความพยายามดันให้ตลาดหุ้นไทยขึ้นต่อ โดยคาดว่าจะใช้หุ้นใหญ่ 10 ตัวบนกระดาน Most Active สลับหมุนเวียนกันขึ้น ขณะที่การหมุนกลุ่ม Sector Rotation ยังเป็นแกนกลยุทธ์หลักในการหาหุ้นเล่น เสริมด้วยการมองหาหุ้นหมุนภายในธีมเดียวกัน กลุ่มเดียวกัน แต่ปัจจัยหนุนรายตัวอาจแตกต่างกันไป และเช่นเดียวกับมุมมองในย่อหน้าแรก หากการหมุนหาหุ้นผิดทางต้องพร้อมเปลี่ยนตัวเล่น วาง Stop loss เผื่อไว้ ไม่ไหวอย่าฝืน

ทั้งนี้ จับตา 8 หุ้นบิ๊กแคปชุดนี้จะดัน SET ทะลุ 1,600 จุด! สัญญาณชัดเจนสุดๆ Fund Flow ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง แนะนำให้เกาะหุ้นบิ๊กแคปชุดนี้เอาไว้แน่นๆ ประกอบด้วย

GULF อันดับ 1 ของตาราง Top Ranking พุ่งแรงเด่นสุด วานนี้ปิดที่ 67.25 บาท +4% ดันดัชนีเต็มๆ

AOT สปอตไลท์ต่อเนื่อง วานนี้ ปิดที่ 58.5 บาท +4%

BAY ม้ามืด! +6% (1 สัปดาห์พุ่งแรงถึง 30%)

DELTA ยืนที่ 356 บาท บวก SET เพิ่มอีก 1 จุด

ร่วมด้วย SCB, PTT, PTTEP และ KTB

มุมมอง รอบนี้หุ้นใหญ่เอาจริง ใครมีของแนะนำถือ Run Trend ต่อไป ตราบใดที่ Flow ยังหนุน “ไม่หลุด ไม่ขาย”

ปัจจัยเสริมระยะสั้น ราคาหุ้นหลายตัวปรับขึ้นสูง “จ่อ” ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (All time high) เช่น GULF, CCET, KKP ฯลฯ ต้องพิสูจน์แรงซื้อว่าจะฝ่าแรงขายทำกำไรระยะสั้นไปได้หรือไม่

หากผ่านไปได้มีลุ้นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดหุ้นไทยในการส่งต่อกำไรจากการเล่นหุ้น Capital gain ไปยังกลุ่มถัดไป หรือหุ้นชุดเดิมจะถูกซื้อซ้ำ ด้วยเหตุผลว่า “ใครไม่ถือหุ้นชุดนี้ จะไม่สามารถสร้างผลตอบแทนชนะตลาดได้” และอาจบังคับให้นักลงทุนกลับมาโหลดหุ้นผู้นำแทนการดักหุ้นล่าง

สำหรับ หุ้นแนะนำวันนี้ คือ SCGP ดักทิศทาง Flow Rotation เข้ากลุ่มเชื่อมโยงการบริโภคในประเทศ แนวรับ 24.5 บาท แนวต้าน 26/27 บาท Stop loss 23 บาท

ทั้งนี้ มองภาพรวมกลุ่มค้าปลีก (Retail Sector) ยังคงให้น้ำหนักกลุ่มค้าปลีก “มากกว่าตลาด” (Overweight) เนื่องจากผู้ประกอบการหลายรายเริ่มเปลี่ยนกลยุทธ์จากการเน้นการเติบโตของยอดขายเพียงอย่างเดียว ไปสู่การยกระดับความสามารถในการทำกำไรผ่าน Product Mix และการควบคุมต้นทุนมากขึ้น

กำไรกลุ่มค้าปลีกโตจากมาร์จิ้นมากกว่ายอดขาย แม้ยอดขายสาขาเดิม (SSS) เริ่มชะลอหลังแรงซื้อสะสมสินค้าในช่วง มี.ค.-เม.ย. ผ่านไป โดย SSS เดือน พ.ค. ทรงตัว YoY จาก +1% ในเดือน เม.ย.

Lifestyle Retail เด่นสุด MOSHI SSSG 6-7% จากสินค้า Back-to-School, CRC เร่งตัวขึ้น 2.5% จากธุรกิจ Food และ Fashion

HD&C อ่อนแอ GLOBAL SSS -3% หลังแรงซื้อสะสมสินค้าก่อสร้างลดลง

Grocery Retail ยังทรงตัวได้จากวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มากขึ้น

เดือน มิ.ย. คาด SSS ของกลุ่มค้าปลีกอ่อนตัวลง -1% ถึง -2% YoY จากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่อาจดึงเม็ดเงินบางส่วนออกจากร้านค้าปลีกทั่วไปไปยังร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยกลุ่ม Grocery Retail มีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะที่ Lifestyle Retail น่าจะได้รับผลกระทบจำกัดจากกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ยังต่อเนื่อง

แม้ยอดขายจะชะลอ แต่คาดกำไรหลักรวมของกลุ่มค้าปลีกใน 2Q26 อยู่ที่ 20,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY (แต่ลดลง 16% QoQ ตามฤดูกาล) จาก GM ที่ดีขึ้นตามสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูงที่เพิ่มขึ้น และการควบคุม SG&A ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
Top Picks: MRDIYT, CPALL, MOSHI

เติบโตเด่น: DOHOME, GLOBAL, MOSHI, MRDIYT

กำไรลดลง: BJC, CPAXT