HoonSmart.com>>บลจ.อเบอร์ดีน มองบวกในระดับปานกลางทั้งตลาดหุ้น-ตราสารหนี้ ชู “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” เด่น หุ้นยุโรปราคาน่าสนใจ ส่วน “หุ้นไทย” ระยะสั้นแนวโน้มเศรษฐกิจถูกกดดันจากต้นทุนพลังงานสูงขึ้น แนะจัดพอร์ตสมดุล กระจายลงทุนหุ้นกลุ่ม Defensive-หุ้นเติบโตตามวัฎจักรเศรษฐกิจ พร้อมชู 3 กองทุนเด่น ABGDD-A , ABJO, ABGEM
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน เผยมุมมองการลงทุนประจำเดือนพ.ค.2569 ว่า อเบอร์ดีนมองหุ้น “ตลาดพัฒนาแล้ว” ได้รับแรงหนุนจากคาดการณ์กำไรบริษัทที่ออกมาดีกว่าคาด การลงทุน (Capex) ที่เพิ่มขึ้น การผ่อนคลายของนโยบายการคลัง และการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ยังดาเนินต่อเนื่อง ช่วยสนับสนุนแนวโน้มการเติบโตของตลาดในระยะกลาง โดยอเบอร์ดีนยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” จากการปฏิรูปเชิงโครงสร้างทางการเมือง และโอกาสได้รับประโยชน์จากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีที่จะเป็นผู้ชนะในอนาคต ขณะที่ “ตลาดยุโรป” เองมีมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับที่น่าสนใจ
ส่วนราคาหุ้น “ตลาดเกิดใหม่”(Emerging Markets) เริ่มฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ดี หลังเจอแรงเทขายของนักลงทุน เพื่อลดความเสี่ยงจากกรณีความขัดแย้งในอิหร่านก่อนหน้านี้ แต่ในระยะกลางตลาด EM ยังคงได้รับประโยชน์จากการลงทุนในธีม AI ที่ให้น้ำหนักกับกลุ่มผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้เงินลงทุนในสินทรัพย์ถาวรจานวนมาก และมีความเสี่ยงการล้าสมัยน้อย
สำหรับมุมมอง “ตลาดหุ้นไทย” ในระยะสั้น แนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังถูกกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยคงแข็งแกร่งพอสมควร เนื่องจากกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์มีสัดส่วนค่อนข้างสูง ซึ่งกลุ่มนี้มักได้ประโยชน์เมื่อราคาพลังงานและราคาสินค้าสูงขึ้น นอกจากนี้ การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เป็นไปอย่างราบรื่นและคาดว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะเริ่มทยอยออกมาตั้งแต่เดือนพ.ค.นี้ ซึ่งจะช่วยพยุงความเชื่อมั่นของตลาดโดยรวม
“เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นไทย โดยต้องพิจารณาเลือกลงทุนอย่างระมัดระวัง กลยุทธ์ที่เหมาะสมในการบริหารพอร์ต คือ กระจายลงทุนอย่างสมดุล ระหว่างหุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำ (defensive) และหุ้นที่เติบโตตามวัฏจักรเศรษฐกิจ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ผันผวน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศที่ยังไม่ทั่วถึง”บลจ.อเบอร์ดีน ระบุ
อเบอร์ดีน แนะนำให้ลงทุนโดยมุ่งหวังผลตอบแทนในระยะกลาง ในสินทรัพย์ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งโดยเน้นสินทรัพย์ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากภาวะเศรษฐกิจ แนวโน้มการเติบโตของบริษัทที่ดี และปัจจัยบวกระยะยาว ขณะเดียวกัน นักลงทุนควรลดความเสี่ยงในบางภาคส่วนและเพิ่มการป้องกันความเสี่ยง เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
สำหรับมุมมองต่อสินทรัพย์ลงทุนสาหรับระยะเวลา 12–18 เดือนข้างหน้า อเบอร์ดีนยังคงมุมมองบวกต่อตลาดหุ้นโดยรวม แม้ว่าสัญญาณเชิงบวกต่อหุ้นในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) จะปรับลดลง หลังการฟื้นตัวขึ้นแรงของหุ้นในตลาดเกิดใหม่ช่วงที่ผ่านมา อีกทั้งยังเป็นมุมมองที่สะท้อนความเสี่ยงจากความขัดแย้งที่เพิ่มสูงขึ้น โดยรวมแล้วอเบอร์ดีน ยังคงมีมุมมอง “เชิงบวกในระดับปานกลาง” ต่อทั้งหุ้นและตราสารหนี้ในตลาดเกิดใหม่และตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Markets) ขณะเดียวกันยังคงสัญญาณเชิงบวกต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในฐานะเครื่องมือช่วยป้องกันความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอน
อเบอร์ดีน มองค่าเงินดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่า หากความขัดแย้งในอิหร่านยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น เพราะนักลงทุนจะมองหาสินทรัพย์ดอลลาร์เพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยงของพอร์ต อีกทั้งปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง และประธาน Fed คนใหม่ที่ได้รับความเชื่อถือจากตลาดก็เป็นปัจจัยสนับสนุนค่าเงินดอลล่าร์ อย่างไรก็ตามถ้ากระแสย้ายเงินออกจากตลาดสหรัฐฯ กลับมา ก็อาจเป็นแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์ได้เช่นกัน
ส่วนตราสารหนี้ภาครัฐต่างประเทศ ประเมินธนาคารกลางของสหรัฐฯ (Fed) และสหราชอาณาจักร (BOE) อาจปรับลดดอกเบี้ยล่าช้ากว่าคาดด้วยสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน แต่แนวโน้มระยะยาวเรายังคงมองว่า นโยบายการเงินทั่วโลกยังคงมีความแตกต่างกัน ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่งบประมาณด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้นและเงินเฟ้อที่ผันผวน อาจทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวขยับสูงขึ้น ตราสารหนี้ภาครัฐต่างประเทศมีโอกาสได้รับประโยชน์ หากราคาพลังงานดีดตัวแรงจนทาให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถอดถอย
ขณะที่ตราสารหนี้ภาครัฐสกุลเงินท้องถิ่นในตลาดเกิดใหม่ ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจในตลาดเกิดใหม่ยังคงแข็งแกร่ง ธนาคารกลางในตลาดเกิดใหม่หลายๆประเทศสามารถปรับลดอัดตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้อีก ขณะเดียวกันการออกตราสารหนี้สุทธิยังคงลดลง ทั้งนี้ อเบอร์ดีน มุมมองเชิงบวกต่อละตินอเมริกาและประเทศกาลังพัฒนาในระยะเริ่มต้น (Frontier Market) มากกว่าภูมิภาคเอเชีย ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในอิหร่านมากกว่า รวมถึงภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่สิ้นสุดรอบของการลดดอกเบี้ยไปแล้ว
ส่วนตราสารหนี้ภาคเอกชนโลก มองอัตราผิดนัดชาระหนี้ยังอยู่ในระดับต่ำ หากเศรษฐกิจทั่วโลกไม่ชะลอตัวรุนแรง และมีปัจจัยสนับสนุนจากการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมจาก Fed โดยรวมแล้วระดับผลตอบแทนยังอยู่ในจุดที่น่าสนใจ โดยเฉพาะหลังจากที่ราคาตราสารหนี้ปรับฐานในช่วงที่ผ่านมา แม้ยังมีตราสารหนี้บางส่วนที่มูลค่ายังสูงอยู่
สำหรับกองทุนแนะนำในภาวะตลาดผันผวน กลยุทธ์ที่เน้นลงทุนในหุ้น Defensive และกระจายการลงทุนตลาดหุ้นทั่วโลกจะช่วยลดความเสี่ยง และรับมือกับความผันผวนได้ดี แนะนำกองทุน ABGDD-A ซึ่งกองทุนหลักเน้นลงทุนในหุ้นปันผลเด่นทั่วโลก
นอกจากนี้มองแนวโน้มค่าแรงที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น การปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่ดาเนินมาอย่างต่อเนื่อง การยกระดับธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียนรวมถึงความคืบหน้าในการนาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนศักยภาพการเติบโตและโอกาสการลงทุนในญี่ปุ่น
ขณะที่ชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งของนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ ทำให้การเดินหน้าโครงการลงทุน และการผ่อนคลายนโยบายการคลังทำได้อย่างเต็มที่ แนะนำกองทุน ABJO ที่จะได้ประโยชน์จากกลุ่ม IT เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้าน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก
สำหรับตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ยังมีมุมมองเชิงบวกจากกระแสเงินลงทุนด้าน AI และเม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้าสู่ภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับพื้นฐานเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ที่แข็งแกร่ง มองเป็นโอกาสทยอยสะสมกองทุน ABGEM
