HoonSmart.com>>กระทรวงพาณิชย์เปิดตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเม.ย.2.89% สูงสุดในรอบ 38 เดือน ตามราคาน้ำมันสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้น โดยเฉพาะอาหารจานเดียว ค่าโดยสารปรับตัวขึ้น รวม 4 เดือนเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 0.32% คาดทั้งปี 2.5% เดือนต.ค.พีค 4.05%
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือนเม.ย. 2569 อยู่ที่ 103.03 หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป 2.89% สูงขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อน และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 38 เดือน (3 ปี 2 เดือน) เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังยืดเยื้อ ซึ่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งราคาอาหารพร้อมทานหรืออาหารจานเดียวปรับตัวสูงขึ้น จากการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย ค่อนข้างจะเร็วและซึม หมายถึงค่อย ๆ กระจายไปเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่จะขึ้นแล้วลงยากโดยมีสัดส่วนการคำนวณในตะกร้าเงินเฟ้อ 14.86% นอกจากนี้ ราคาผักสดปรับตัวสูงขึ้นจากสภาพอากาศร้อนจัด
จากการสำรวจการปรับราคาอาหารจานเดียวทั่วประเทศเดือนเม.ย.พบว่าสูงขึ้นเฉลี่ย 10-20% โดยอาหารจานเดียว 7 รายการที่ใช้ในเกณฑ์สำรวจ ได้แก่ ข้าวผัด, ผัดซีอิ๊ว-ราดหน้า, ข้าวหมูแดง, ข้าวมันไก่, ส้มตำ, ก๋วยเตี๋ยว และข้าวราดผัดกะเพรา ยังมีแนวโน้มไปต่อ ตอนนี้ ประชาชนคิดเยอะเวลาใช้จ่าย ดังนั้นมาตรการภาครัฐจึงมีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นการบริโภคตามจังหวัดต่าง ๆ อย่างไรก็ดี ในส่วนของอาหารฟาสฟู้ดส์ และอาหารที่บริการจัดส่ง (เดลิเวอรี่) ยังไม่พบการปรับขึ้นราคา เนื่องจากผู้ประกอบการร้านอาหารยังมีการจัดทำโปรโมชั่น
ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เฉลี่ย 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย. 69) อยู่ที่ 0.32%
สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือนเม.ย. 69 อยู่ที่ 102.12 เพิ่มขึ้น 0.83% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้เงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ย 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย. 2569) อยู่ที่ 0.64%
ราคาสินค้าและบริการ ทั้ง 464 รายการในตะกร้าเงินเฟ้อ ที่นำมาคำนวณในเดือนเม.ย.69 เมื่อเทียบกับเดือนมี.ค.69 (MoM) พบว่า
– สินค้าและบริการ 243 รายการที่ราคาเพิ่มขึ้น เช่น ข้าวสารเหนียว, เนื้อสุกร, ไก่สด, ไข่ไก่, แตงกวา, ส้มเขียวหวาน, น้ำมันพืช, ข้าวราดแกง, มะนาว, ค่าโดยสารรถตู้, น้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น
– สินค้าและบริการ 96 รายการที่ราคาคงเดิม เช่น ค่าบริการส่วนกลาง, ค่าเบี้ยประกันทรัพย์สิน, ค่าถอนฟัน, ค่าตรวจโรคคลินิกเอกชน
– สินค้าและบริการ 125 รายการที่ราคาลดลง เช่น ข้าวสารเจ้า, ผักคะน้า, พริกสด, ผลิตภัณฑ์ซักผ้า, น้ำยาปรับผ้านุ่ม, น้ำยาล้างจาน, ยาสีฟัน, แชมพู และค่าธรรมผ่านทางพิเศษ เป็นต้น
นายนันทพงษ์ กล่าวต่อว่า แนวโน้มเงินเฟ้อในเดือนพ.ค.คาดว่าจะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประเมินว่าจะอยู่ที่ 3.06% และอาจขึ้นไปสูงสุดในช่วงเดือน ต.ค.ที่ 4.05% จากผลของฐานต่ำในเดือนต.ค.68 จากนั้นจะค่อย ๆ ทยอยลดลง แต่ก็ยังอยู่ในระดับสูงกว่า 3% นับตั้งแต่เดือนพ.ค.ไปถึง ธ.ค.2569
สนค.คาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปของปี 2569 ไว้ที่ 2.50% ซึ่งได้รวมมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐมาคำนวณแล้ว และรวมสมมุติฐานเรื่องราคาน้ำมัน 2 กรณี โดยประมาณการอัตราเงินเฟ้อรายไตรมาส ดังนี้ ไตรมาส 1 เงินเฟ้ออยู่ที่ -0.54% ไตรมาส 2 อยู่ที่ 3.07% ไตรมาส 3 อยู่ที่ 3.63% และไตรมาส 4 อยู่ที่ 3.84%
คาดการณ์บนกรณีที่ 1 หากราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง 2 เดือน (เม.ย.-พ.ค.) และหลังจากนั้นค่อยทยอยปรับลดลง คาดว่าเงินเฟ้อทั้งปี จะอยู่ในช่วง 1.5-2.5% กรณีที่ 2 หากราคาน้ำมัน ยังทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง 3 เดือน (เม.ย.-มิ.ย.) และหลังจากนั้นค่อยทยอยปรับลดลง คาดว่าเงินเฟ้อทั้งปี จะอยู่ในช่วง 2.5-3.5%
ตอนนี้เงินเฟ้อยังอยู่ในกรณีที่ 1 (1.5-2.5%) แต่หากสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงมากกว่าเดิม และราคาน้ำมันผันผวน ก็จะเข้าสู่กรณีที่ 2 ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี สูงเกินกว่า 3% ส่วนความกังวลต่อสถานการณ์ Stagflation นั้นยืนยันว่าในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะ Stagflation เนื่องจากความต้องการยังดีอยู่ การส่งออกสูง การลงทุนยังมีสัญญาณดี ส่วนอัตราการว่างงานยังไม่ได้สูง แม้มีความเสี่ยงของการ stagflation ก็ตาม แต่มีมาตรการภาครัฐออกมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้สูงขึ้น
