FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่น“ทรงตัว” แนะลดน้ำหนักยุโรป-เพิ่มเอเชีย-เข้าพลังงาน

HoonSmart.com>>สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เผย ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า  อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” รอการคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างประเทศ แนะลงทุนกลุ่มพลังงาน-สาธารณูปโภค ฝ่าเงินเฟ้อ-ต้นทุนสูง หุ้นโครงสร้างพื้นฐาน-บริโภค รับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนมีนาคม 2569 (สำรวจระหว่างวันที่ 21-31 มีนาคม 2569) พบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับลงมาอยู่ที่ระดับ 93.07 ในเกณฑ์ “ทรงตัว” นักลงทุนมองว่าสัญญาณการคลี่คลายของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการไหลเข้าของเงินทุน ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน รองลงมาคือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และความกังวลต่อวินัยการคลัง

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) สำรวจในเดือนมีนาคม 2569 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้

– ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (มิถุนายน 2569) อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” (ช่วงค่าดัชนี 80-119) ที่ระดับ 93.07

– ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคลอยู่ในเกณฑ์ “ซบเซา” กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” ในขณะที่กลุ่มนักลงทุนสถาบันอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง”

– หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค (ENERG)

– หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดเงินทุนหลักทรัพย์ (FIN)

– ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สัญญาณการคลี่คลายของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

– ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน

ผลสำรวจ ณ เดือนมีนาคม 2569 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นนักลงทุนทุกกลุ่มปรับลดลง โดยกลุ่มนักลงทุนบุคคล ปรับลด 51.0% อยู่ที่ระดับ 74.19 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับลด 52.3% อยู่ที่ระดับ 87.50 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับลด 31.4% อยู่ที่ระดับ 128.57 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศปรับลด 50.0% อยู่ที่ระดับ 100.00

ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 SET Index เคลื่อนไหวภายใต้แรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก ทั้งจากทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ยังคงความเข้มงวดยาวนานกว่าคาด ส่งผลให้เงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ รวมถึงความผันผวนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและค่าเงินดอลลาร์ อีกทั้งความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ยกระดับขึ้น ได้เพิ่มความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และหนุนให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานของภาคธุรกิจ โดย SET Index ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 ปิดที่ 1,488.14 ปรับตัวลง 5.24% จากเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 75,321.79 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 39,754 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวมในตลาดหลักทรัพย์ฯ 19,152 ล้านบาท

ปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งจะกระทบราคาพลังงานและสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงผลการประชุมธนาคารกลางหลักอย่าง Fed, BOJ และ ECB ที่จะส่งผลต่อทิศทางค่าเงินและต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจ โดยในส่วนของยูโรโซนมีการปรับลดประมาณการ GDP จากผลกระทบราคาพลังงาน และ Bond yield ปรับขึ้นทั่วภูมิภาคจากแรงกดดันเงินเฟ้อในส่วนของปัจจัยในประเทศ  ได้แก่ แรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น ลดโอกาสที่ กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยในระยะถัดไป นอกจากนี้ ยังต้องติดตามความคืบหน้าการดำเนินนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–