บล.กสิกรฯหวังหุ้นแตะ 1,500 จุด สัปดาห์หน้าแกว่งตาม 4 ปัจจัย

HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยให้แนวรับที่ 1,430 และ 1,410 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,480 และ 1,500 จุด เคลื่อนไหวตามตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมี.ค.- การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา -สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง-ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนค่าเงินบาท ธนาคารกสิกรไทยคาด 32.10-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ

บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย มองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (6-10 เม.ย. 2569) ว่า ดัชนีหุ้นมีแนวรับที่ 1,430 และ 1,410 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,480 และ 1,500 จุด ตามลำดับ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมี.ค. ของไทย การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนก.พ. ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 บันทึกการประชุมเฟด และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.พ. ของยูโรโซน ดัชนี PMI ภาคการบริการเดือนมี.ค. ของยูโรโซนและอังกฤษ ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมี.ค. ของจีน

สัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index แกว่งตัวในกรอบแคบช่วงแรก แม้จะมีปัจจัยบวกจากการเมืองในประเทศ แต่กรอบการปรับขึ้นถูกจำกัดจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานข่าวว่ากลุ่มติดอาวุธฮูตี (พันธมิตรของอิหร่าน) ขู่ปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญในตะวันออกกลาง ประกอบกับมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากแรงขายหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่งจากปัจจัยเฉพาะตัว อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นดีดตัวขึ้นช่วงกลางสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยมีปัจจัยหนุนจากรายงานข่าวที่ว่าสหรัฐฯ อาจถอนกำลังออกจากอิหร่านภายใน 2-3 สัปดาห์ ซึ่งกระตุ้นความคาดหวังว่าสงครามในตะวันออกกลางใกล้สิ้นสุดลงแล้ว

ดัชนีหุ้นลดช่วงบวกลงบางส่วนในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ว่าจะถล่มอิหร่านอย่างหนักอีก 2-3 สัปดาห์ ซึ่งอิหร่านก็มีท่าทีที่แข็งกร้าว โดยระบุว่าพร้อมตอบโต้กลับเช่นกัน สะท้อนว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดและยืดเยื้อ ส่งผลให้นักลงทุนเลือกเทขายทำกำไรหุ้นรายตัว นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน ซึ่งมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากความกังวลเรื่องการทบทวนโครงสร้างราคาพลังงานของภาครัฐ

ในวันศุกร์ที่ 3 เม.ย. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,454.00 จุด เพิ่มขึ้น 0.48% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 62,041.86 ล้านบาท ลดลง 4.69% ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.35% มาปิดที่ระดับ 216.70 จุด

ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาท สัปดาห์ระหว่างวันที่ 6-10 เม.ย. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 32.10-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าลงเข้าใกล้แนว 33.00 สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่าตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับขึ้นท่ามกลางสัญญาณตึงเครียดมากขึ้นในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ เงินบาทยังมีปัจจัยลบจากสถานะขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาทแข็งค่ากลับมาช่วงกลางสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายหลัง ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุถึง ความสำเร็จของภารกิจทำลายขีดความสามารถทางการทหารของอิหร่านและความเป็นไปได้ที่กองทัพสหรัฐฯ จะถอนตัวออกมาซึ่งจุดชนวนความหวังว่า สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจคลี่คลายลง

การเคลื่อนไหวของเงินบาทในระหว่างสัปดาห์ยังคงผันผวน โดยแถลงการณ์ของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ จะยกระดับการโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าได้กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงช่วงสั้น ๆ ก่อนที่จะสามารถฟื้นตัวแข็งค่ากลับมาตามแรงขายเงินดอลลาร์ฯ เพื่อปรับโพสิชั่น ประกอบกับสกุลเงินเอเชียในภาพรวมมีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากรายงานข่าวที่ระบุถึงการหารือระหว่างอิหร่านและโอมานเพื่อบริหารจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ในวันศุกร์ที่ 3 เม.ย. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.57 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.88 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (27 มี.ค.)

สำหรับพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 30 มี.ค.-3 เม.ย. 2569 นั้นขายสุทธิหุ้นไทย 711 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 10,831 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 10,801 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 30 ล้านบาท)