HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐ วันที่ 25 มี.ค. 2569 พลิกกลับมาปิดบวก 305.43 จุด +0.66% จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงหลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ ได้เข้าหาอิหร่านเพื่อเสนอแผนยุติการสู้รบ ซึ่งทำให้เกิดความหวังอย่างระมัดระวังว่าสงครามที่ส่งผลกระทบต่อตลาดจะคลี่คลายลง
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,429.49 จุด เพิ่มขึ้น 305.43 จุด +0.66%
ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,591.90 จุด เพิ่มขึ้น 35.53 จุด, +0.54%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,929.83 จุด เพิ่มขึ้น 167.93 จุด, +0.77%
สำนักข่าวเอพี รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ที่ไม่เปิดเผยชื่อในกรุงอิสลามาบัดว่า อิหร่านได้รับข้อเสนอ 15 ข้อจากสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ รายงานเป็นครั้งแรกว่า สหรัฐฯ ได้ส่งแผนสันติภาพไปยังอิหร่าน โดยระบุว่าแผนดังกล่าวส่งผ่านทางปากีสถาน โดยอ้างเจ้าหน้าที่ที่ไม่เปิดเผยชื่อสองคน
สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานเมื่อวันพุธว่า อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงของสหรัฐฯ และได้กำหนดเงื่อนไขของตนเองเพื่อยุติสงคราม โดยสถานีโทรทัศน์ Press TV ของรัฐบาลอิหร่าน อ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการเมืองและความมั่นคงที่ทราบรายละเอียดของข้อเสนอดังกล่าว รายงานว่า ข้อเสนอโต้กลับ 5 ข้อของอิหร่านจะทำให้อิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้
ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดจับตาสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านอย่างใกล้ชิด ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 90 ดอลลาร์ ขณะที่ราคา Brent ต่ำกว่า 97 ดอลลาร์
จีน โกลด์แมน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Cetera Investment Management กล่าวว่า ตลาดมีความหวังว่าข้อเสนอและข้อเสนอโต้ตอบนี้จะปูทางไปสู่การเจรจาต่อรองเพิ่มเติม และคาดว่า ความผันผวนจะยังคงอยู่ในระดับสูง จนกว่าจะมีความชัดเจนว่าสงครามจะสิ้นสุดลงเมื่อใด เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ตาม ข่าวเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าวได้กระตุ้นความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงและคาดการณ์ในตลาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้มากขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงเล็กน้อยตามราคาน้ำมัน ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมหลักอีก 11 กลุ่มในดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น โดยกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดคือกลุ่มวัสดุ เพิ่มขึ้นเกือบ 2% และกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย เพิ่มขึ้นมากกว่า 1.6%
จากราคาน้ำมันลดลงมากกว่า 2% หุ้นของบริษัทที่พึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมากปรับตัวสูงขึ้น ผู้ประกอบการเรือสำราญ รวมถึง Norwegian Cruise Line ปรับขึ้นกว่า 3% หุ้นสายการบินก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยดัชนี S&P Composite 1500 Passenger Airlines เพิ่มขึ้น 1.7%
หุ้น Arm Holdings บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหราชอาณาจักรที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ พุ่งขึ้น 18.6% หลังจากที่บริษัทเปิดตัวชิป AI สำหรับศูนย์ข้อมูลรุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้หลายพันล้านดอลลาร์ หุ้น Arm ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี Philadelphia Semiconductor Index ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.6% ผู้ผลิตชิปรายอื่น ๆ ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดย Intel เพิ่มขึ้นมากกว่า 7% ขณะที่ Nvidia เพิ่มขึ้น 2%
กองทุน Destiny Tech100 พุ่งขึ้น 14% หลังจากมีรายงานว่า SpaceX ของอีลอน มัสก์ ตั้งเป้าที่จะยื่นหนังสือชี้ชวนการเสนอขายหุ้น IPO ภายในสัปดาห์นี้ โดย SpaceX เป็นหุ้นที่กองทุนถือครองมากที่สุด
หุ้น JD.com ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 8% และ Alibaba ปรับตัวขึ้น 3.7% หลังจากสื่อของรัฐบาลจีนและหน่วยงานกำกับดูแลเรียกร้องให้แพลตฟอร์มจัดส่งอาหารยุติสงครามราคา ขณะที่ หุ้น Robinhood Markets เพิ่มขึ้น 5.3% หลังจากแพลตฟอร์มการซื้อขายประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก จากความคาดหวังว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะคลี่คลายลงในไม่ช้า แม้นักลงทุนยังจับตาสงครามด้วยความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ดัชนี STOXX 600 ปรับขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สาม หลังจากที่ร่วงลง 10% จากระดับสูงสุด
เป็นประวัติการณ์ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นหลักในภูมิภาคก็ปรับขึ้นมากกว่า 1% เช่นกัน นำ
โดยดัชนี FTSE 100 ของสหราชอาณาจักร
ดัชนีที่ติดตามความผันผวนของยุโรปลดลง 0.7 จุด เหลือ 31.1
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 587.49 จุด เพิ่มขึ้น 8.21 จุด, +1.42%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,106.84 จุด เพิ่มขึ้น 141.68 จุด< +1.42%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,846.55 จุด เพิ่มขึ้น 102.63 จุด, +1.33%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 22,957.08 จุด เพิ่มขึ้น 320.17 จุด, +1.41%
ภาคส่วนสำคัญทั้งหมดปรับตัวขึ้น โดยกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้น 2.4% และ 1.8% ตามลำดับ
หุ้นกลุ่มการท่องเที่ยวและสันทนาการ ซึ่งได้รับผลกระทบในช่วงต้นเดือนมีนาคมจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.4% โดยเฉพาะหุ้นสายการบิน เช่น Lufthansa และ Air France ที่ต่างเพิ่มขึ้น 2.3%
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.1% Morgan Stanleyเปิดเผยว่าได้เปลี่ยนมุมมองเป็นขาขึ้นต่อกลุ่มนี้แล้ว
ราคาน้ำมันลดลงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าสหรัฐฯ กำลังมีความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน แหล่งข่าวได้ยืนยันว่าวอชิงตันได้ส่งข้อเสนอการยุติสงคราม 15 ข้อให้กับอิหร่านแล้ว
อย่างไรก็ตาม การซื้อขายยังมีความระมัดระวัง เนื่องจากอิหร่านปฏิเสธว่า ไม่ได้มีการเจรจาโดยตรง โดยโฆษกกล่าวว่าสหรัฐฯ กำลัง “เจรจากับตัวเอง”
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านรายหนึ่งกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า อิหร่านยังคงพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ อยู่ แม้ว่าจะเคยวิพากษ์วิจารณ์แผนดังกล่าวต่อสาธารณะก็ตามยังไม่มีความชัดเจนว่าการเจรจาจะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งหรือไม่ ซึ่งช่องแคบนี้ถูกปิดกั้นเป็นส่วนใหญ่ตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุขึ้น โดยนักวิเคราะห์กล่าวว่าผลกระทบระยะยาวจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นต่อเศรษฐกิจโลกอาจยืดเยื้อ
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนเพฤษภาคม ลดลง 2.03 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 90.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม ลดลง 2.27 ดอลลาร์ หรือ 2.17% ปิดที่ 102.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

