HoonSmart.com>>รมว.พลังงาน ยันน้ำมันสำรองมีเพียงพอสำหรับใช้งานอีกกว่า 100 วัน จัดหาน้ำมันดิบทดแทนจากสหรัฐฯ-แอฟริกาใต้ สั่งโรงกลั่นน้ำมันทุกแห่งเดินเครื่องเต็มกำลัง 100% เร่งปลดล็อกขนส่งแก้ขาดหน้าปั๊ม ส่วนเรื่องการดูแลราคาขายปลีก ศบก. จะมีการหารือเย็นนี้ ยืนยันยังคงใช้กลไกของกองทุนน้ำมันฯเข้ามาช่วยบริหารจัดการได้อยู่ แม้จะติดลบแล้วก็ตาม
สำหรับราคาน้ำมัน ปรับราคาตามคาด ดีเซลขึ้น 0.50 บาท เบนซิน -โซฮอล์ E10 ขึ้น 1 บาท ส่วน โซฮอล์ E20 ลดราคา 0.79 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. 2569

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ภาพรวมน้ำมันสำรองของไทยขณะนี้มีเพียงพอสำหรับใช้งานได้อีกกว่า 100 วัน โดยมีการจัดหาแหล่งน้ำมันดิบทดแทนจากทั้งสหรัฐฯ และแอฟริกาใต้ ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันทุกแห่งได้เดินเครื่องเต็มกำลัง 100% เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการ
ส่วนที่ปัญหาน้ำมันขาดแคลนในบางสถานีบริการนั้นเป็นปัญหาด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ เนื่องจากความต้องการใช้ของประชาชนพุ่งสูงขึ้นถึง 2 เท่าจากภาวะตื่นตระหนก ขณะที่อุปกรณ์และรถขนส่งเฉพาะทางมีจำกัด เพื่อแก้ไขปัญหานี้ กระทรวงพลังงานได้ขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันให้เปิดคลัง 7 วัน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้รถเข้ามาเติมน้ำมันได้
สำหรับรถบรรทุกน้ำมันที่มีข้อจำกัดในช่วงเวลาที่ไม่สามารถวิ่งได้ กระทรวงพลังงานได้ทำหนังสือถึง 4 หน่วยงาน คือ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และตำรวจ ให้ช่วยผ่อนปรนในบางพื้นที่ให้รถน้ำมันสามารถวิ่งเข้าออกไปเติมน้ำมันในคลัง เพื่อช่วยผ่อนคลายให้มีการกระจายน้ำมันไปยังสถานีน้ำมันได้ดีขึ้น และเพิ่มเที่ยวรถในการขนน้ำมันไปยังปลายทาง
กรณีผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันระบุว่าถูกลดโควต้าน้ำมันลงเหลือ 50% นั้น รมว.พลังงานยืนยันว่าการจ่ายน้ำมันให้ผู้ค้าน้ำมันไม่ได้ต่ำไปกว่ายอดปกติก่อนที่จะเกิดการแตกตื่น เมื่อเกิดความแตกแตกตื่น ก็พยายามจะเพิ่มปริมาณน้ำมันให้แต่อาจไม่เท่าที่ต้องการ ซึ่งการเพิ่มรถบรรทุกน้ำมันในช่วงระยะเวลาสั้นนี้สามารถทำได้ยากจึงต้องไปเพิ่มจำนวนเที่ยววิ่ง
รมว.พลังงานกล่าวถึงการดูแลราคาน้ำมันว่า ขอให้รอที่ประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) จะมีการหารือเย็นนี้ว่าราคาจะเป็นอย่างไร แต่ขอยืนยันว่าจะยังคงใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเข้ามาช่วยบริหารจัดการได้อยู่ แม้กองทุนน้ำมันฯ ขณะนี้จะติดลบ แต่ยังไม่ถึงจำนวนที่เคยเป็น
นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ปัญหาไม่ได้มาจากการขาดแคลนน้ำมัน แต่เป็นคอขวดด้านการขนส่ง โดยเฉพาะการกระจายจากผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ (ผู้ค้ามาตรา 7) ไปยังผู้ค้าคนกลางหรือ “จ๊อบเบอร์” โดยผู้ค้ามาตรา 7 จะส่งน้ำมันไปยังสถานบริการน้ำมันของตนเองเป็นส่วนใหญ่ และจะส่งน้ำมันให้จ๊อบเบอร์ด้วย
นายสราวุธ กล่าวว่า จากการตรวจสอบสต็อกน้ำมันใน 23 จังหวัด 53 คลัง รวม 589 ถัง พบว่ามีปริมาณสำรองเป็นไปตามเกณฑ์ ขณะที่การตรวจสถานีบริการทั่วประเทศ 1,502 แห่ง พบว่า มีปิดให้บริการชั่วคราวประมาณ 150 แห่ง และอีกกว่า 1,039 แห่งมีน้ำมันไม่ครบชนิด แต่ไม่มีการกักตุนซึ่งเป็นผลจากการขนส่งที่ล่าช้า
ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ย้ำพรุ่งนี้ดีเซลปรับขึ้น แจงปัญหาน้ำมันขาดหน้าสถานีบริการ เพราะภาคอุตสาหกรรมแย่งเติม หลังพ่อค้าคนกลางไม่ส่ง เร่งออกน้ำมัน B20 ขายตรงให้ “ภาคขนส่ง-อุตสาหกรรม-เกษตร” ลดปัญหาขาดแคลนน้ำมัน
ส่วนผลิตภัณฑ์ใหม่ B10 ซึ่งอาจจะต้องใช้ระยะเวลาอีกช่วงหนึ่ง ในการเตรียมความพร้อมของสถานีบริการ และยังมี B20 ซึ่งในอดีตเคยขายมาแล้ว และทางกระทรวงพลังงานตรวจสอบแล้วว่า มีรถขนส่งใหญ่ 10 ล้อขึ้นไปสามารถใช้ได้ จึงจะนำน้ำมัน B20 ขายส่งไปช่วยเหลือในภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง ภาคการเกษตร รวมไปถึงการก่อสร้างโดยตรง ไม่มีจำหน่ายในสถานีบริการ…
นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงปัญหาปัจจุบัน ว่า พ่อค้าคนกลางไม่สามารถนำน้ำมันไปขายให้กับผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ เพราะราคาหน้าโรงกลั่นปัจจุบันยังแพงกว่าหน้าสถานีบริการเล็กน้อย หากซื้อจากโรงกลั่นหรือจากคลังน้ำมัน พ่อค้าคนกลางจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่ง รวมไปถึงต้องรับความเสี่ยงน้ำมันที่จะสูญหายระหว่างการเดินทาง จึงเกิดสภาวะน้ำมันขาดแคลน ทำให้ภาคอุตสาหกรรมส่วนหนึ่งต้องมาเติมน้ำมันในสถานีบริการ เปรียบเสมือนมาแย่งน้ำมันเราใช้
“ที่ผ่านมาภาคเหล่านี้ซื้อน้ำมันผ่านจ๊อบเบอร์เป็นหลัก เมื่อจ๊อบเบอร์ไม่ขายน้ำมันอุตสาหกภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้ มันก็เกิดความโกลาหล รถไม่ว่าจะเป็นรถบรรทุก หรืออะไรก็แล้วแต่ หรือภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็ต้องไปรวมกันซื้อน้ำมันจากสถานีบริการ ทำให้พวกเราประสบว่าเวลาเข้าไปเติมน้ำมันไม่ว่าจะยี่ห้ออะไร จะเกิดเหตุการณ์ว่าน้ำมันหมด บางครั้งอาจจะหมดทุกโปรดักส์ หรือหมดเพียงบางโปรดักส์ในแต่ละสถานีบริการ”
สำหรับการผสมสูตรน้ำมันจะนำสินค้าของเกษตรกรไทย เพื่อดันราคาสินค้าของเกษตรให้เพิ่ม โดยเฉพาะปาล์ม เพื่อคงราคาปาล์มไว้ที่ 7 บาทให้ได้.
