IEA มีมติระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินครั้งใหญ่ 400 ล้านบาร์เรล ราคาเบรนท์พุ่งแตะ 98 เหรียญ

HoonSmart.com>>ประเทศสมาชิกองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency:IEA) ทั้ง 32 ประเทศ มีมติเป็นเอกฉันท์ในวันที่ 11 มี.ค. 2569 เห็นชอบให้ระบายน้ำมันดิบจำนวน 400 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองฉุกเฉินครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ออกสู่ตลาด เพื่อรับมือกับภาวะตลาดน้ำมันหยุดชะงัก ซึ่งเป็นผลมาจากสงครามในตะวันออกกลาง  ด้านราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นต่อ 6%  เบรนท์ทะลุ 98 เหรียญ/บาร์เรล ราคาสหรัฐฯ มากกว่า 93 เหรียญ ณ เวลา 08.53 น. ตามเวลาประเทศไทย 

แถลงการณ์ของ IEA ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ระบุว่า การตัดสินใจดำเนินมาตรการฉุกเฉินร่วมกันในครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากการประชุมสมัยพิเศษของรัฐบาลสมาชิก IEA เมื่อวานนี้ โดยมีผู้อำนวยการบริหารของ IEA เป็นผู้เรียกประชุมเพื่อประเมินสภาวะตลาดท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน

“ความท้าทายในตลาดน้ำมันที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ใหญ่หลวงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ดังนั้น ผมจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศสมาชิก IEA ได้ตอบสนองด้วยการดำเนินมาตรการฉุกเฉินร่วมกันในระดับที่ยิ่งใหญ่เป็นประวัติการณ์เช่นนี้” ดร. ฟาติห์ บิโรลผู้อำนวยการบริหาร IEA กล่าว

เนื่องจากตลาดน้ำมันเป็นตลาดระดับโลก ดังนั้นการตอบสนองต่อภาวะหยุดชะงักครั้งสำคัญจึงจำเป็นต้องดำเนินการในระดับโลกด้วยเช่นกัน ความมั่นคงทางพลังงานคือภารกิจหลักในการก่อตั้ง IEA และรู้สึกยินดีที่สมาชิก IEA ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างเข้มแข็ง ในการตัดสินใจดำเนินมาตรการร่วมกันอย่างเด็ดขาดในครั้งนี้

คลังสำรองฉุกเฉินจะถูกระบายออกสู่ตลาดตามกรอบระยะเวลาที่เหมาะสมกับสถานการณ์ภายในของแต่ละประเทศสมาชิก และจะมีการเสริมด้วยมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมจากบางประเทศประกอบกันด้วย

ปัจจุบันกลุ่มประเทศสมาชิก IEA มีน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวมกันกว่า 1,200 ล้านบาร์เรล พร้อมด้วยน้ำมันสำรองภาคอุตสาหกรรมอีก 600 ล้านบาร์เรลที่ถือครองตามข้อกำหนดของรัฐบาล การประสานงานเพื่อระบายน้ำมันสำรองในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 6 ในประวัติศาสตร์ของ IEA นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1974 โดยการดำเนินมาตรการร่วมกันในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี 1991 ปี 2005 ปี 2011 และเกิดขึ้น 2 ครั้งในปี 2022

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2026 ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องหยุดชะงัก โดยในปัจจุบันปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นลดลงเหลือไม่ถึง 10% ของระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันทั่วทั้งภูมิภาคจำเป็นต้องหยุดการผลิตหรือปรับลดกำลังการผลิตลงอย่างมหาศาล

ในปี 2025 มีการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเฉลี่ยสูงถึง 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณ 25% ของการค้าน้ำมันทางทะเลทั่วโลก ทั้งนี้ ทางเลือกในการขนส่งน้ำมันเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซนั้นมีจำกัด

สำนักเลขาธิการ IEA จะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินมาตรการร่วมกันในครั้งนี้ให้ทราบในลำดับต่อไป นอกจากนี้ IEA จะยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ตลาดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่รัฐบาลของประเทศสมาชิกตามความเหมาะสม

อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 3% แม้ว่า IEA จะประกาศระบายน้ำมันดิบจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์เป็นประวัติการณ์ถึง 400 ล้านบาร์เรลก็ตาม

ดัชนีราคาน้ำมันอ้างอิงทั้ง West Texas Intermediate (WTI) และเบรนท์ ต่างไม่ขานรับข่าวการระบายน้ำมันมหาศาลและมุ่งความสนใจไปที่ข้อจำกัดด้านอุปทานในช่องแคบฮอร์มุซแทน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ และ WTI เพิ่มขึ้นต่อ