เงินเฟ้อ ก.พ.หดตัวติดต่อ 11 เดือน จับตาสงครามดันปีนี้พลิกบวก 1-3%

HoonSmart.com>> เงินเฟ้อเดือนก.พ.ลดลง 0.88% เป็นการหดตัวต่อเนื่อง  11 เดือน  แต่ยังเศรษฐกิจยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด  จับตาสงครามทำราคาน้ำมัน อาหารสำเร็จรูปแพงขึ้น ดันปีนี้เงินเฟ้อพลิกบวก 1-3%

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือนก.พ.2569 อยู่ที่ระดับ 99.67 หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป ลดลง 0.88% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 มีสาเหตุหลักมาจากราคาพลังงานลดลง โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ลดลงตามการเพิ่มเงินชดเชยจากกองทนน้ำมันเชื้อเพลิง ตามมติคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) และค่ากระแสไฟฟ้าปรับลดลง ตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ ประกอบกับราคาเนื้อสุกร ไข่ไก่ และกลุ่มผลไม้สด ลดลงจากอุปทานที่ล้นตลาด

ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน ก.พ.69 อยู่ที่ระดับ 101.82 หรืออัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เพิ่มขึ้น 0.56% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค. กล่าวว่า สถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อต้นทุนราคาพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคนั้น สนค.ได้ประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อในปี 2569 ใน 3 ฉากทัศน์ ดังนี้

กรณีที่ 1 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก อยู่ที่ระดับ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 1-2% ราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับเพิ่มขึ้นราว 10% ใน 10% ของพื้นที่ทั่วประเทศ

กรณีที่ 2 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก อยู่ที่ระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 2-3% ราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับเพิ่มขึ้นราว 10% ใน 20% ของพื้นที่ทั่วประเทศ

กรณีที่ 3 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก สูงกว่าระดับ 120 ดอลลาร์/บาร์เรล คาดว่าเงินเฟ้อจะมากกว่า 3% ราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับเพิ่มขึ้นราว 10% ใน 50% ของพื้นที่ทั่วประเทศ

การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ มาจากความสัมพันธ์ระหว่างราคาน้ำมันดิบ และอาหารสำเร็จรูป (ที่มีน้ำหนัก 16% ในตะกร้าเงินเฟ้อ) รวมทั้งผลกระทบ จากค่าครองชีพอื่น ๆ ที่สูงขึ้น (ทั้งทางตรง-ทางอ้อม) และอ้างอิงจากกรณีศึกษาผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ในปี 2565 ซึ่งขณะนั้นราคาน้ำมันดิบตลาดโลก อยู่ที่ 97 ดอลลาร์/บาร์เรล และอัตราเงินเฟ้อของไทย อยู่ที่ 6.08%

” สนค. ประเมินเบื้องต้นอัตราเงินเฟ้อในปีนี้ จะอยู่ที่ระดับ 1-3% แต่ขึ้นอยู่กับระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นสำคัญ  ขอรอดูเงินเฟ้อในไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) ก่อนที่จะทบทวนเป้าหมายทั้งปี 2569  จากล่าสุดคาดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของปีนี้ ไว้ที่ 0.0-1.0% (ค่ากลางที่ 0.5%)”

สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนมี.ค. น่าจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ น่าจะติดลบน้อยกว่าเดือนก.พ. และมีโอกาสจะกลับไปเป็นบวกได้  แม้รัฐบาลจะเข้าแทรกแซงราคาน้ำมัน แต่ก็ช่วยเรื่องเงินเฟ้อได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น จับตาอาหารสำเร็จรูปจ่อขึ้นราคา เช่น ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว รวมถึงอาหารปรุงสำเร็จที่จำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น ตลอดจนค่ากระแสไฟฟ้า และค่าบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่ง และการโดยสาร ทั้งนี้อาหารสำเร็จรูป มีสัดส่วนถึง 16% ในตะกร้าการคำนวณเงินเฟ้อ ถือว่ามีสัดส่วนที่สูงมาก

นอกจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นแล้ว ต้องจับตาสินค้าอาหารสำเร็จรูปที่จะได้รับผลกระทบ เพราะเมื่อราคาขึ้นไปแล้ว ก็ยากที่จะปรับลดลง ซึ่ง รมว.พาณิชย์ ได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัด เข้าไปติดตามดูแลไม่ให้ราคาสินค้าปรับขึ้นเกินความเหมาะสม

“แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป จะติดลบต่อเนื่องกันถึง 11 เดือนแล้ว  แต่เศรษฐกิจยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ยังเป็นบวก นอกจากนี้ อัตราการว่างงานไม่ได้อยู่ในระดับสูง รวมถึง GDP ไม่ได้อยู่ในระดับติดลบ ซึ่งทั้งหมดนี้จึงยืนยันเหตุผลที่ว่ายังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด”

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–