HoonSmart.com>> TCAP โชว์ผลงานปี 2568 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิเติบโต 16.5% จากปีก่อน ปันผลอีก 2.20 บาท รวมทั้งปี 2568 จ่ายปันผล 3.50 บาทต่อหุ้น มากกว่าปีก่อนหน้าจ่าย 3.30 บาท สะท้อนการสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอและยั่งยืนในระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้น

บริษัท ทุนธนชาต (TCAP) รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ จำนวน 7,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,095 ล้านบาท หรือ 16.45% จากปีก่อน สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมหลัก รวมถึงการบริหารคุณภาพสินทรัพย์และความเสี่ยงด้านเครดิตอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย
นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการใหญ่ TCAP เปิดเผยว่า “ ปี 2568 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวมจำนวน 8,264 ล้านบาท โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากผลการดำเนินงานของธุรกิจสำคัญในกลุ่มธนชาต ได้แก่
บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง มีกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม 1,148 ล้านบาท บริษัท ธนชาตประกันภัย กำไรสุทธิ 1,077 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม มีจำนวน 5,707 ล้านบาท
การเติบโตของกำไรในปี 2568 มีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก รายได้จากการรับประกันภัยสุทธิที่ปรับเพิ่มขึ้น รายได้เงินปันผลจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นตามนโยบายการลงทุนในธุรกิจการเงิน รวมถึง ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่สูงขึ้น ตามผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบริษัทร่วม ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายจากการด้อยค่ารถยึดและผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นปรับลดลง สอดคล้องกับคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทย่อยที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คณะกรรมการบริษัทฯ มติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมอีก 2.20 บาท ขึ้น XD วันที่16 เม.ย.และจ่ายปันผล 30 เม.ย. 69
ก่อนหน้าจ่ายปันผลระหว่างกาล หุ้นละ 1.30 บาท รวมจ่ายเงินปันผล จากผลการดำเนินงานปี 2568 จำนวน 3.50 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจ่าย 3.30 บาท/หุ้น สะท้อนความสามารถในการสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอและยั่งยืนในระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้น
สำหรับปี 2569 เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายจากทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในประเทศ เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง ให้ความสำคัญกับการลงทุนในธุรกิจการเงินและธุรกิจประกันภัย การบริหารคุณภาพสินทรัพย์และความเสี่ยงด้านเครดิตอย่างรอบคอบ รวมทั้งการรักษาความแข็งแกร่งของฐานะเงินทุนและสภาพคล่อง เพื่อรองรับความผันผวนในอนาคต
“บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า โครงสร้างรายได้ที่หลากหลายจากธุรกิจการเงินต่าง ๆ ธุรกิจประกันภัย/ประกันชีวิต และเงินลงทุนในบริษัทร่วม จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนเสถียรภาพและความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มธนชาตในปี 2569 ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไป” ผู้บริหารกล่าวในที่สุด
