MTL ชูกลยุทธ์“Go Healthier with MTL”ดันเบี้ย’69 นำ”นวัตกรรม-พาร์ทเนอร์”ร่วมดูแลชีวิต-สุขภาพยั่งยืน  

HoonSmart.com>>เมืองไทยประกันชีวิต ตั้งเป้าเบี้ยปี 2569 โตไม่ต่ำกว่าอุตสาหกรรม 2-3% เดินหน้ากลยุทธ์ “Go Healthier with MTL” ยกระดับสุขภาพกาย ใจ การเงิน ผ่านผลิตภัณฑ์ บริการ นวัตกรรม และ Health Ecosystem มุ่งตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ สู้กับอัตราเงินเฟ้อค่ารักษาที่สูงกว่า 10% รับมือสังคมสูงวัย ตอกย้ำความยั่งยืนด้วยเงินลงทุน 6.9 สนล้านบาท 80-90% ลงทุนระยะยาว ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ยืนหยัดบริษัทที่เป็นคู่คิดที่ลูกค้าไว้วางใจ พร้อมอยู่เคียงข้างทุกช่วงชีวิต 

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) กล่าวในงานแถลงผลประกอบการปี 2568 และแผนธุรกิจปี 2569 ด้วยการกล่าวขอบคุณทุกความเชื่อมั่นและไว้วางใจจาก “ลูกค้าคนสำคัญ”  ที่ทำให้ในปี 2568 ที่ผ่านมา เมืองไทยประกันชีวิตมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ในห้วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน และด้วยความไว้วางใจจากลูกค้าคนสำคัญทุกท่าน  ทำให้ในปี 2568 เมืองไทยประกันชีวิตมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (New Business Premium)  เติบโตขึ้นกว่า 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยแบบประกัน Investment-Linked เติบโต 249% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

และแบบประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง (รายเดี่ยว) เติบโต 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้านคะแนน NPS (Net Promoter Score) สูงขึ้นจาก 75 คะแนน เป็น 78 คะแนน

มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio) ณ สิ้นปี 2568 มากกว่า 350%

ซึ่งสูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดที่ 140%

ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือและความแข็งแกร่งทางการเงินจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BBB+ (Stable Outlook)

และ Fitch Ratings ที่ระดับ A- และ AAA(tha) (Stable Outlook)

ขณะที่นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เมืองไทยประกันชีวิตเดินหน้านโยบายการสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ

“ESG ความยั่งยืน การดูแลโลกมีอยู่ในทุกมิติของประกันชีวิตอยู่แล้ว เราทำหน้าที่คุ้มครองชีวิตและสุขภาพ ในขณะที่แบบประกันชีวิตควบการลงทุน หรือ ยูนิตลิงค์ เรามีไปลงทุนในกองทุนกรีนฟันด์ เรามีแบบประกันให้คนสูงวัยเข้าถึงได้ เรากำลังนำนวัตกรรมมาช่วยควบคุมต้นทุน รวมถึงการเข้ารับการรักษาเกินความจำเป็น ซึ่งที่สหรัฐอเมริกา ตัวเลขนี้สูงถึง 5-7%  เพื่อที่พยายามจะทำให้เบี้ยถูกลงเพื่อให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงได้ “นายสาระ กล่าว

นายสาระ กล่าวว่า  ด้านการลงทุนที่มีมูลค่า 6.9 แสนล้านบาทนั้น 80-90% เน้นการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน แม้แต่ลงทุนสร้างตึกให้เช่า ก็อยู่ภายใต้ความเป็นกรีนตามมาตรฐานสากล ฉะนั้นคำว่า ESG จึงเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจที่ไม่ต้องฝืน

จากการประเมินล่าสุดโดย MorningStar Sustainalytics สถาบันวิจัยและจัดอันดับความยั่งยืนระดับโลก

ด้าน ESG บริษัทฯ สามารถทำคะแนน ESG Risk Rating ได้ที่ 19.9 คะแนน จัดอยู่ในกลุ่ม “ความเสี่ยงต่ำ” (Low Risk Profile) โดยหัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้มาจากความสามารถในการควบคุม “ความเสี่ยงด้าน ESG” ได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ยังเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของไทยที่เข้าร่วมลงนาม UN-supported Principles for Responsible Investment (PRI) พร้อมด้วยการขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) กับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

รวมถึงการเข้าเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC – Thai Private Sector Collective Action Against Corruption) ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3

“สำหรับในปี 2569 ตั้งเป้าเบี้รับรวมโตไม่ต่ำกว่าอุตสาหกรรม น่าจะไม่ต่ำกว่า 2-3% นับเป็นอีกปีที่สำคัญของเมืองไทยประกันชีวิตในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 75  ที่อยู่เคียงข้างเพื่อมอบความสุขและรอยยิ้มให้แก่ทุกคน พร้อมยกระดับการเป็นคู่คิดที่ลูกค้าไว้วางใจทั้งเรื่องชีวิต  ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการประกาศเดินหน้ากลยุทธ์ “Go Healthier with MTL” สุขภาพดีขึ้นไปกว่าเดิม”นายสาระ กล่าว

นายสาระ กล่าวว่า ปี 2569 ตลาดประกันชีวิตยังเติบโต จากคนให้ความสนใจเรื่องประกันสุขภาพมากขึ้น ต้องการความคุ้มครองชีวิตมากขึ้น จากความไม่แน่นอน และการเปลี่ยนแปลงของฌลกที่ไม่เหมือนเดิม ทั้งจากนโยบายเศรษฐกิจ มาย์ดเซ็ทของคน สังคม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โลกร้อน ที่มีผลต่อสุขภาพ การใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันมีมากขึ้น ความต้องการเฉพาะตัวของแต่ละคนมีความลึกขึ้น

เมืองไทยประกันชีวิต มุ่งดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น  ผ่านผลิตภัณฑ์ ช่องทางการขาย นวัตกรรม พาร์ทเนอร์ และ Health Ecosystem ที่มีความหลากหลาย  ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในทุกช่วงชีวิตได้อย่างตรงจุด

ควบคู่ไปกับนโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกมิติ  การกำกับดูแลกิจการและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการสร้างสมดุลทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม  มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาล  อยู่เคียงข้างตั้งแต่การวางแผนดูแลเชิงป้องกัน เพื่อสุขภาพดีในระยะยาว (Wellness and Fitness)

ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมการดูแลสุขภาพ เช่น เมืองไทยไตรกีฬา เมืองไทยเชียงใหม่มาราธอน เป็นต้น

การดูแลเมื่อเจ็บป่วย ผ่านความคุ้มครองที่เลือกได้ตามใจ บริการต่าง ๆ และพาร์ทเนอร์ที่ครอบคลุม  (Diagnosis and Treatment) ทั้ง MTL Health Buddy, Care Cover, สหคลินิก, เครือข่ายโรงพยาบาล  MTL Smile Hospital Network, MTL Global Doctors และ MTL Global Connect เป็นต้น

รวมถึงการดูแลต่อเนื่องหลังการรักษาหรือพักฟื้น (Post-Treatment)  ครอบคลุมไปถึงการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ผ่านพาร์ทเนอร์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น Health at Home,  นายา เรสซิเดนซ์ บาย ลิฟเวล และพาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพอีกมากมาย

สำหรับความร่วมมือกับเครือข่ายโรงพยาบาลคู่สัญญาทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ MTL Hospital Smile Network

ครอบคลุมทั้งภาครัฐ เอกชน และโรงเรียนแพทย์กว่า 145 แห่ง เพื่อยกระดับการดูแลผู้เอาประกันอย่างสะดวกและอุ่นใจ

ตั้งแต่การลดความกังวลด้านค่าใช้จ่ายส่วนเกิน การประสานงานประเมินค่าใช้จ่ายก่อนการรักษาอย่างรวดเร็ว

ไปจนถึงสิทธิประโยชน์และแพ็กเกจผ่าตัดพิเศษ สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร

ด้านการดูแลสุขภาพทางการเงิน เมืองไทยประกันชีวิตได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์  ช่วยให้การวางแผนชีวิตเป็นเรื่องง่ายขึ้น เลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับช่วงชีวิตได้ตรงจุด

ทั้งผลิตภัณฑ์ทางเลือกในการส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่สะดุด

ด้วยแบบประกันภัย “เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่”

หรือตัวช่วยให้คุณเบาใจในวันที่คุณจากไป ด้วยการวางแผนสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้คนที่คุณรัก ผ้านโครงการ SHIELDLife

รวมถึงประกันรูปแบบใหม่ที่รวมประกันชีวิตและสุขภาพ ให้ดูแลได้ทั้งตัวเองและคนข้างหลังในกรมธรรม์เดียว

“เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น” พร้อมด้วยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง ประกันชีวิตควบการลงทุน

และประกันอุบัติเหตุที่มีอย่างหลากหลาย เข้าถึงได้จริง เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าคนสำคัญ

ล่าสุด เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น 99/5”

แบบประกันชีวิตที่ “คนไทยได้ใช้จริง” โดดเด่นด้วยความคุ้มครองครอบคลุมทั้งชีวิตและสุขภาพ ครบจบในกรมธรรม์เดียว

สามารถเปลี่ยนทุนประกันเป็นค่ารักษาพยาบาลได้เมื่ออายุครบ 65 ปี ช่วยให้อุ่นใจด้วยวงเงินสุขภาพพร้อมใช้ในวัยเกษียณ

จ่ายตามจริงทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก จ่ายเบี้ยคงที่ 5 ปี ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ

พร้อมทั้งได้ทำการขยายอายุรับประกันตามความต้องการของลูกค้า จากเดิมรับได้ถึงอายุ 45 ปี ขยายเพิ่มเป็นอายุ 55 ปี

คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี กรณีเสียชีวิตทุนประกันที่เหลือสามารถส่งต่อให้คนข้างหลังได้ และเบี้ยประกันสามารถลดหย่อนภาษีได้

นายสาระ กล่าวเพิ่มเติมว่า เร็ว ๆ นี้ จะปรับโฉมใหม่ของ เมืองไทยสไมล์คลับ และ Fit Reward  ที่จะมาร่วมเติมเต็มสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น ด้วยกิจกรรมและสิทธิพิเศษเหนือระดับ

ซึ่งถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมเชื่อมต่อทุกการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน ให้กลายมาเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในโลกยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

“เรามองว่า ปี 2569 ยังคงเป็นปีแห่งความท้าทาย โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว และยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย เมืองไทยประกันชีวิต เราพร้อมยืนเคียงข้างและดูแลลูกค้าคนสำคัญในทุกช่วงของชีวิต ไม่ว่าโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปแบบไหน โดยมุ่งหวังว่าเราจะทำให้ทุกคนมีความสุขและรอยยิ้ม เราจะไม่หยุดยั้งการพัฒนา คิดค้นนวัตกรรม รวมถึงบริการที่สามารถเข้าถึงและใช้บริการได้จริง เพื่อเป็นส่วนช่วยให้ทุกคนได้มีสุขภาพดีในทุกด้าน” นายสาระ กล่าว