HoonSmart.com>>แมสแทค ลิ้งค์ ตั้งเป้าปี 2569 ยอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาท หลังแบ็กล็อกพุ่งเกิน 450 ล้านบาท ดาต้าเซ็นเตอร์ นวัตกรรมอนุรักษ์พลังงานเด่นยังอยู่ในช่วงขาขึ้น สนเข้าโครงการ Jump+ หวังสร้างการเติบโตระยะยาว
นายดุษฎี มีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แมสแทค ลิ้งค์ (MASTEC) เปิดเผยว่า ตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ทะลุ 1,000 ล้านบาท จากมูลค่างานคงค้างในมือ (แบ็กล็อก) มากกว่า 450 ล้านบาท และมีลุ้นคว้างานใหม่เพิ่มต่อเนื่อง โดยได้งานโครงการระบบภายในอาคารของดาต้าเซ็นเตอร์แล้วและคาดว่าจะได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่ากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) อยู่ในระดับสูงเช่นเดียวกับงานด้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ในกลุ่มงานเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานซึ่งเป็นกลุ่มมาร์จิ้นสูง และเติบโตตามแผนงานเชิงกลยุทธ์รวมทั้งรับรู้รายได้ในระยะสั้น
ในปี 2569 มีแผนเติบโตจาก 3 กลุ่มธุรกิจ โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบปรับอากาศและสุขาภิบาลและกลุ่มผลิตภัณฑ์การป้องกันอัคคีภัยและผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัย ยังคงสัดส่วนรายได้หลัก ขณะที่ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมเติบโตโดดเด่น ซึ่งช่วยขยายฐานรายได้ รวมทั้งมาร์จิ้น
ทั้งนี้ปัจจัยสนับสนุนหลักในปี 2569 ประกอบด้วย การเติบโตของอุตสาหกรรม Data Center ประเทศไทยได้รับความสนใจจากผู้ให้บริการ Cloud และ AI Infrastructure ระดับโลก ทำให้มีโครงการ Data Center เข้ามาลงทุนใหม่เพิ่มขึ้นในไทย และมีความต้องการระบบ Critical Infrastructure เช่น ระบบควบคุมการไหลเวียนอากาศ, ระบบดับเพลิง, ระบบไฟฟ้าสำรอง และอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสูง ซึ่งคาดจะได้งานโครงการดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มเนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในกลุ่มงานนี้
ขณะเดียวกัน มีโอกาสได้งานจากความต้องการด้านกลุ่มการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency) ปัจจุบันผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ และระบบประหยัดพลังงานแบบ Non-Chemical Water Treatment ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งเป็นหนึ่งในโซลูชันที่มีฐานลูกค้าและโอกาสขยายตัวสูงในปีนี้และเป็นกลุ่มที่มีมาร์จิ้นสูง
นโยบายสนับสนุนโซลาร์ภาคประชาชนและพลังงานหมุนเวียนของรัฐบาล ส่งผลดีต่อ MASTEC ในการขยายงาน เพิ่มรายได้และผลกำไรในเซ็กเมนต์นี้ และเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง ซึ่งแผนพัฒนาพลังงานของประเทศไทยที่ให้ความสำคัญกับโซลาร์รูฟท็อป พลังงานสะอาดหมุนเวียน และระบบจัดการพลังงานในบ้านเรือนนอกเหนือจากกลุ่มอาคารและโรงงาน ทำให้ไฟฟ้าที่ผลิตได้นำไปใช้เองก่อนจึงช่วยลดค่าไฟรายเดือน ไฟฟ้าส่วนเกินสามารถขายคืนให้ภาครัฐได้จึงมีรายได้เสริม ส่งผลให้อุปกรณ์วิศวกรรมประกอบระบบโซลาร์ รวมถึงงานติดตั้งและระบบควบคุมพลังงานมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมากจากกลุ่มลูกค้า ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลเชิงบวกโดยตรง
ทั้งนี้ภายหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อไตรมาส 4/2568 ยังเดินหน้าตามแผนการใช้เงินระดมทุนสำหรับการขยายธุรกิจด้านวิศวกรรมอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม รองรับการต่อยอด Synergy Products ของกลุ่มระบบป้องกันอัคคีภัย รวมทั้งการขยายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศและเสริมสภาพคล่องในการดำเนินงาน
บริษัทฯ ตัดสินใจและอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อเข้าร่วมโครงการ Jump+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในระยะยาวและและเป็นอีกหนึ่งสัญญาประชาคมหลักที่ MASTEC ให้ไว้ต่อนักลงทุน
