HoonSmart.com >>PROEN กางแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 เปิดเกมรุกธุรกิจ Smart City ตีคู่กลุ่มให้บริการคลาวด์-ดาต้าเซ็นเตอร์ เตรียมประมูลงานโครงการภาครัฐกว่า 2.5 พันล้านบาท หนุนรายได้เติบโตต่อเนื่อง

นายกิตติพันธ์ ศรีบัวเอี่ยม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปรเอ็น คอร์ป ( PROEN ) เปิดเผยว่า กลุ่ม PROEN ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ปี 2569 เพื่อสนับสนุนผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่องและยั่งยืน โดยโครงสร้างรายได้หลัก 35 % จะมาจากกลุ่มธุรกิจเมืองอัจฉริยะ( Smart City) และมาจากกลุ่มธุรกิจให้บริการคลาด์( Cloud Service) และดาต้าเซ็นเตอร์(Data Center) ประมาณ 35% ที่เหลือจะมาจากกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและการสื่อสาร( ICT) ประมาณ 30 %
สำหรับกลุ่มธุรกิจ Smart City ถือเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูงและจะช่วยผลักดันรายได้ของกลุ่ม PROEN ให้มีการเติบโตสูง ซึ่งการให้บริการในกลุ่ม Smart City ประกอบด้วย กล้องวงจรปิด(CCTV) โปรแกรมการบริหารจัดการเมือง ให้บริการระบบความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม ระบบการจัดการขยะ รวมทั้ง ระบบกักเก็บพลังงานส่วนเกินที่ผลิตได้จากโซลาร์เซลล์(Solar BESS ) และระบบ EV Charging Station โดยจะเน้นกลุ่มเมืองขนาดใหญ่ ที่มีงบประมาณมากพอในการยกระดับเมืองให้เป็นเมืองอัจฉริยะ รวมทั้งพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC
“ปีนี้จะเห็นภาพการรุกธุรกิจ Smart City โดดเด่น จากเดิมที่เรามีรายได้จากกลุ่มนี้น้อยมากไม่ถึง 10% แต่ปีนี้จะมีสัดส่วนเป็นรายได้หลัก ตีคู่ไปกับธุรกิจให้บริการ คลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งจะมาทดแทนรายได้กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ขณะที่กลุ่ม ICT ยังเติบโตต่อเนื่อง”นายกิตติพันธ์ กล่าว
ซีอีโอ กล่าวว่า อยู่ระหว่างเตรียมประมูลงานโครงการภาครัฐมูลค่ารวม กว่า 2.5 พันล้านบาท ซึ่งกระจายในหลายโครงการ อาทิ กลุ่มที่สร้างรายได้ประจำ หรือ Recurring โครงการกล้องวงจรปิด โครงการประมูลรถเก็บขยะ โครงการ Cloud First โครงการพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ หรือ Solar Cell เป็นต้น ซึ่งบริษัทมีความคาดหวังว่าจะชนะการประมูลมากกว่า 60-70%
ส่วนของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ บริษัทจะโฟกัสไปที่กลุ่มให้บริการคลาวด์ภาครัฐ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตสูง และเรามีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด หรือ NT
ล่าสุด PROEN ลงทุนติดตั้ง “VMware Cloud Foundation 9” เทคโนโลยีระดับโลกรายแรกในประเทศไทย เพื่อเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจไทย รองรับเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี AI ในอนาคต ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าว จะส่งผลให้ PROEN สามารถให้บริการคลาวด์ได้หลายรูปแบบมากขึ้น และช่วยตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่องค์กรขนาดใหญ่ หน่วยงานรัฐ ไปจนถึงภาคเอกชนทั่วไป ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้รายได้จากบริการคลาวด์และศูนย์ข้อมูล (Data Center) มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
