‘พิพัฒน์’สั่งระงับทุกสัญญาจ้าง ITD ขีดเส้นตรวจ7วัน หุ้น CK-STECON พุ่งหวังส้มหล่น

HoonSmart.com>> “อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์” (ITD) เจอหนัก ! “พิพัฒน์” รมว.คมนาคมสั่งระงับสัญญาจ้างทั้งหมด ชั่วคราว เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย ขีดเส้นสรุป 7 วัน ส่วนที่กำลังก่อสร้างมากกว่า 10 สัญญา ก็ให้หยุด ขอตรวจสอบด้วย สั่งรฟท.-กรมทางหลวง หาทางเลิก 2 โครงการเครนถล่ม  กดดันหุ้น ITD ทรุด 5% สวนทาง CK และ STECON พุ่งขึ้น หวังส้มหล่น  ด้านบล.เมย์แบงก์ ประเมินผลกระทบต่อกำไร ธนาคารเจ้าหนี้จำกัด

วันที่ 16 ม.ค.2569 ราคาหุ้นบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ดิ่งลงแรงแตะ 0.15 บาท ก่อนเด้งขึ้นมาปิดที่ 0.19 บาท ติดลบ 0.01 บาทหรือ -5% ขณะที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ บริษัท ช.การช่าง (CK) กลับพุ่งขึ้นแรง 9.09% เพิ่มขึ้น 1.10 บาท ปิดที่ 13.20 บาท และบริษัท สเตคอน กรุ๊ป (STECON) เพิ่มขึ้น 7.97% บวก 0.55 บาท ปิดที่ 7.45 บาท

สาเหตุที่ ITD ดีดกลับมาแรงจากที่ร่วงลงไปลึกถึง 0.15 บาท ปิดที่ 0.19 บาท เนื่องจากบริษัทฯชี้แจงกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งยกเลิกสัญญาของบริษัทอิตาเลียนไทยฯ 2 โครงการที่เกิดเหตุเครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟโดยสารและพระราม 2 ขอชี้แจงว่า สัญญาทั้ง 2 โครงการดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับ และบริษัทฯ ยังปฏิบัติตามสัญญา

ทางด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม กล่าวว่า ได้สั่งการให้ระงับสัญญาจ้างทั้งหมดของบริษัทอิตาเลียนไทยฯเป็นการชั่วคราว เพื่อตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยอย่างละเอียด ภายหลังเกิดอุบัติเหตุเครนก่อสร้างในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา สัญญาที่ 3-4 งานโยธาช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด หล่นทับขบวนรถไฟ เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา และเหตุเครนก่อสร้างและชิ้นส่วน Segment คอนกรีตหล่นบนถนนพระราม 2 ของโครงการทางยกระดับ หรือมอเตอร์เวย์ M 82 สายเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอนที่ 7 โดยกำหนดระยะเวลาในการสืบสวนหาสาเหตุ ภายใน 7 วัน

นอกจากนี้ ให้ตรวจสอบสัญญาก่อสร้างของ ITD ที่มีกับกระทรวงคมนาคมในปัจจุบันว่ามีกี่สัญญา เบื้องต้นมีมากกว่า 10 สัญญา โดยให้หยุดการก่อสร้างทุกสัญญาไว้ก่อน เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง วสท.และสภาวิศวกร หน่วยงาน เข้าไปตรวจสอบสภาพเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ ว่ายังมีมาตรฐานหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วไม่มีปัญหาก็ให้ทำงานต่อได้

ส่วน 2 สัญญาที่เกิดเหตุให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กรมทางหลวง (ทล.) ในฐานะหน่วยงานเจ้าของโครงการเร่งตรวจสอบระเบียบ ข้อกฎหมาย ให้ชัดเจนภายใน 7 วัน เพื่อยกเลิกสัญญาต่อไป

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การยกเลิกสัญญาได้ปรึกษากับทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วเมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา รวมถึงนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีได้มีข้อแนะนำเรื่องยกเลิกสัญญาตามกฎหมายปกครองสามารถทำได้ ขณะที่กรมบัญชีกลางรับทราบเรื่องนี้แล้ว และจะต้องหาผู้ที่ต้องรับผิดชอบ 2 เหตุการณ์นี้ด้วย หากยกเลิกสัญญาแล้ว เอกชนฟ้องร้องก็ต้องยอมรับ เพราะตามข้อกฎหมายปกครองและรัฐใช้อำนาจที่มีตามกฎหมายเพื่อความปลอดภัยของประชาชน นอกจากนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานฯไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้รับเหมาด้วย

“การยกเลิกสัญญา มีกฎหมายเกี่ยวข้องหลายส่วน เช่น กฎหมายสากล ซึ่งปลัดกระทรวงคมนาคมบอกว่า สามารถยกเลิกสัญญาได้ เรื่องความปลอดภัยสาธารณะ และให้ไปดูเรื่องกฎหมายทางปกครองด้วย ว่าทำได้แค่ไหน หลังยกเลิกสัญญาแล้ว ต้องหาวิธีที่จะดำเนินงานต่อให้เสร็จ โดยรถไฟไทย-จีน เหลืออีกไม่ถึง 1% ส่วนยกระดับพระราม 2 เหลืออีกประมาณ20 %” นายพิพัฒน์กล่าว

บล.ดาโอ (ประเทศไทย) มองว่าหากรัฐมีการขึ้นบัญชีดำ ITD จริง จะเป็นบวกต่อผู้รับเหมารายอื่น โดยเฉพาะ CK และ STECON จากทิศทางแข่งขันประมูลงานก่อสร้างลดลง สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม 1.7 หมื่นล้านบาท ที่กลุ่ม JV CK และ STECON ได้มีการว่าจ้าง ITD สัญญารับเหมาช่วง ปัจจุบันกลุ่ม JV ยังไม่ได้มีการตัดสินใจหาก ITD ถูกขึ้นบัญชีดำจากรัฐบาล แต่มองว่ากรณีที่กลุ่ม JV ต้องดึงงานกลับมาดำเนินการเอง เชื่อว่าจะไม่กระทบ progress โดยรวมและกลุ่ม JV จะสามารถจัดการได้

สำหรับกรณีอาจถูกระงับก่อสร้างโครงการภายใต้กระทรวงคมนาคมทุกไซต์ชั่วคราว จะกระทบเพียงระยะสั้นเท่านั้น และมีโอกาสที่จะพิจารณาเป็นกรณี

คำแนะนำการลงทุนกลุ่มรับเหมาฯ คงน้ำหนัก “Neutral”และ Top pick ได้แก่ STECON (ซื้อ/เป้า 10 บาท) จากกำไรปกติไตรมาส 4/2568 และ 2569 ขยายตัวดี และมี catalyst จากโอกาสได้งานใหม่เพิ่มจากภาคเอกชน

ด้านบล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) วิเคราะห์ถึงความกังวลต่อธนาคารผู้ปล่อยกู้ ITD  ซึ่งมองผลกระทบจํากัดเพราะจากข้อมูล ณ สิ้นงวดไตรมาส 3/2568 ITD มีหนี้สินจากสถาบันการเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่ธนาคารที่ปล่อยกู้ KTB ได้มีการตั้งสํารองหนี้ที่เกี่ยวกับ ITD ทั้งหมดแล้ว ขณะที่ธนาคารอื่น ๆ BBL,SCB และ KBANK คาดว่าช่วงที่ผ่านมาตั้งสํารองไปเพียงพอ จึงประเมินผลกระทบต่อกำไรจำกัด

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–