บลจ.วรรณลุ้น SET ปีนี้ทะยาน 1,400 จ่อเปิดตัว Litigation Finance

HoonSmart.com>>”บลจ.วรรณ” แนะจับจังหวะหุ้นโลกช่วงต้นปีฉลุย รอขายทำกำไรหลังสงกรานต์ เพิ่มสินทรัพย์ทางเลือกเข้าพอร์ต ด้าน “เศรษฐกิจเอเชีย”เติบโตโดดเด่น จับตาเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเติบโตของระบบนิเวศน์ AI ส่วน “หุ้นไทย” มองเป้าดัชนีปีนี้ 1,400 จุด จ่อเปิดตัว ” Litigation Finance” รายแรกในไทย ชูการลงทุนทางเลือกในการจัดหาเงินทุนเพื่อใช้ในกระบวนการยุติธรรม สร้างผลตอบแทนจากผลลัพธ์ของคดี

พจน์ หะริณสุต

นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นโลกยังคงมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี จากประมาณการกำไรของหุ้นยังเติบโต ซึ่งเกิดจากแรงขับเคลื่อนหลักจากเม็ดเงินลงทุนของกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี ที่มีการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างด้านปัญญาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมองว่า เศรษฐกิจของประเทศในแถบภูมิภาคเอเชีย มีการเติบโตที่โดดเด่นเช่นกัน และคาดว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของหุ้นในเอเชียแปซิฟิคในปีนี้ ในแง่มุมมองของระดับราคา หุ้นเทคโนโลยีในปัจจุบันมีค่า P/E ต่ำ หากเทียบกับค่า P/E ในช่วงวิกฤตฟองสบู่หุ้นเทคในปี 2000 ที่ผ่านมา

นายพจน์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นหลักของโลกอย่างสหรัฐฯ จีน ยุโรป ญี่ปุ่นในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมาเคลื่อนไหวในทิศทาง “เชิงบวก”และปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 30% โดยหุ้นสหรัฐฯ ยังมีผลตอบแทนเป็นอันดับ 1 ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 30% ส่วนหุ้นจีนปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ช่วงแรกจะต่ำกว่าหุ้นสหรัฐฯ แต่ในปีที่ผ่านมาบวกประมาณ 30% ขณะที่หุ้นยุโรปและญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นมาในระดับสูงเช่นกัน

“หากพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจหุ้นในกลุ่มนี้ยังไปต่อได้ ถึงแม้ช่วงที่ผ่านมาจะเป็นขาขึ้นถึง 2 ปีซ้อน แต่ตัวเลขเศรษฐกิจยังดี อย่างจีนถือว่าน่าสนใจมาก หุ้นราคาถูก พี/อีต่ำ ส่วนสหรัฐฯเชื่อว่าเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง”นายพจน์ กล่าว

ปัจจัยปีนี้ที่ต้องติดตาม คือ ตัวเลขเศรษฐกิจโลกที่มีโอกาสเติบโตได้ดีจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และแรงส่งจากมาตรการทางการคลังจากประเทศเศรษฐกิจหลัก อาทิ สหรัฐฯ, ยุโรป, จีน ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มทรงตัวสูง แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ปัจจัยเหล่านี้ มองว่าสามารถหนุนให้ตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นได้โดยเฉพาะในช่วงต้นปีนี้

นอกจากนี้ติดตามปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ หากมีสถานการณ์ที่เร่งตัวและอาจนำไปสู่สงครามการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ และสินทรัพย์หายากอย่างกลุ่ม แรร์เอิร์ธ ก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในช่วงที่ตลาดต้องเผชิญความผันผวนจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

สำหรับกองทุนที่แนะนำช่วงนี้ คือ 1) ONE-ELITE11 ซึ่งลงทุนในหุ้นที่เป็น “ปัจจัยทั้ง5” ที่ดีที่สุดของโลก จากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วขนาดใหญ่ที่มี Momentum โดดเด่นจาก 11 อุตสาหกรรมทั่วโลก คัดโดย Bloomberg บนดัชนี Bloomberg Global Industry Elite 55 ปัจจุบันมีสัดส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีประมาณ 50% 2) ONE-APACESG ลงทุนหุ้นเอเชียแปซิฟิกรวมญี่ปุ่น ที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน มีสัดส่วนหุ้นเทคฯ เอเชียราว 46% 3) ONE-EUROEQ ลงทุนหุ้นยุโรปมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อจากบรรยากาศการลงทุนที่ดีหลังทำตลาดทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง รับแนวโน้มผลประกอบการปีนี้ที่โตแข็งแรง

“มองเป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,400 จุด

นายพจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับตลาดหุ้นไทยในปีนี้ คาดดัชนีมีโอกาสแตะ 1,400 จุด หลังการเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้นจากการเลือกตั้ง หากได้รัฐบาลเสียงข้างมาก ต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น และระยะยาวอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินจังหวะในการลงทุน ทั้งนี้มองว่า การจับขั้วทางการเมืองหลังการเลือกตั้งทั่วไป ก.พ. นี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเศรษฐและตลาดทุนไทยที่ต้องจับตา

“ตลาดหุ้นไทย มี Downside จำกัด และจะได้แรงหนุนพื้นฐานจาก Valuation ต่ำกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค (PE ratio 13 เท่า vs. ค่าเฉลี่ย 14 เท่าของตลาดเอเชียในภาพรวม) และมีอัตราการจ่ายเงินปันผลโดดเด่นที่ราว 4% ทำให้ บลจ.วรรณ มองว่ากองทุน ONE-SETHD ที่เน้นคัดเลือกหุ้นไทยคุณภาพดีเชิงรุกที่มีการจ่ายปันผลสูงและสม่ำเสมอจากหุ้นบนดัชนี SETHD เป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันอัตราจ่ายเงินปันผลสูงสุดที่ 6.61% มากกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นไทยในภาพรวม แม้ว่า เศรษฐกิจไทยไทยมีแนวโน้มเติบโตต่ำ แต่จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยลดดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง ซึ่งมองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อความสามารถทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนในแง่มุมของต้นทุนที่ลดลงทำให้กองทุน ONE-SETHD เหมาะสมในการลงทุนช่วงนี้ทั้งในแง่ผลตอบแทนและความเสี่ยง” นายพจน์ กล่าว

อย่างไรก็ตามการลงทุนในหุ้น ยังต้องติดตามความเสี่ยงสำคัญ นอกเหนือจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ คือ การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ (Midterm Elections) ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในช่วงเดือนพ.ย.2569 โดยตลาดมักจะสะท้อนความคาดหวังล่วงหน้าก่อนเหตุการณ์ใหญ่ประมาณ 6 เดือน หรือช่วงดือนพ.ค.เป็นต้นไป ซึ่งการเมืองสหรัฐฯ มักทำให้ทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ การคลัง และกฎเกณฑ์ภาคธุรกิจคาดเดาได้ยากขึ้น และส่งผลให้กระแสเงินทุนและความผันผวนของสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

“กลยุทธ์การลงทุนแนะนำหลังสงกรานต์ ให้เริ่มทยอยทำกำไรในกลุ่มหุ้นต่างประเทศที่ปรับขึ้นมามากก่อนหน้า โดยเน้นตลาดหลักอย่าง สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น และยุโรป เพื่อป้องกันความผันผวนที่จะเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าใกล้ช่วง 6 เดือนก่อนวันเลือกตั้ง ส่วนทอง-แร่หายากควรมีติดพอร์ตไว้ตลอดเวลา เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงด้านภูมิรัฐศาสตร์หรือความตื่นตระหนกในตลาด ซึ่งมักกดดันสินทรัพย์เสี่ยงพร้อมกัน”นายพจน์ กล่าว

นอกจากนี้หลังจากขายทำกำไรหุ้นโลกประมาณเดือนพ.ค.แล้ว แนะนำ“สับเปลี่ยน” ไปยังสินทรัพย์ทางเลือก มากขึ้น อาทิ เพิ่มสัดส่วนทองคำ/โลหะมีค่า สำหรับกองทุนแนะนำ ได้แก่ ONE-RAREEARTH หรือการลงทุนทางเลือกอื่นที่มีความสัมพันธ์กับตลาดต่ำและไม่เกี่ยวข้องกับตลาดอื่นๆ อาทิ กองทุน Life Settlement

นายพจน์ กล่าวว่า บลจ.วรรณ ยังเตรียมนำเสนอการลงทุนทางเลือกใหม่เพิ่มเติม ได้แก่ Litigation Finance คือ การลงทุนทางเลือกที่จัดหาเงินทุนให้แก่กระบวนการยุติธรรมและสร้างผลตอบแทนจากผลลัพธ์ของคดี โดยมองว่า ความโดดเด่นของผลตอบแทนจากการลงทุนสินทรัพย์ทางเลือกที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโลกเหล่านี้สามารถพาพอร์ตการลงทุนผ่านความไม่แน่นอนในปี 2569 หรืออนาคตอันใกล้นี้ไปได้

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ บลจ.วรรณ 02-659-8888 บล. ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น จำกัด 02-095-8999 กด 0 และ ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้ง