HoonSmart.com>>FETCO เห็นแววตลาดทุนไทยฟื้น หลังพรรคการเมืองประกาศวิสัยทัศน์มีสารพัดนโยบายสนับสนุนหุ้นไทยชัดเจน หวังทำตามสัญา
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า จากเวที ” ประชันวิสัยทัศน์รัฐบาลใหม่ ใครพาเศรษฐกิจตลาดทุนไทยรอด?” ได้เห็นนโยบายด้านเศรษฐกิจและตลาดทุนเบื้องต้นทั้ง 8 พรรคการเมือง
สำหรับ ตลาดทุนไทยจะเติบโตต้องพึ่งพาเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจไปได้ ตลาดทุนก็จะไปได้ หลายพรรคพูดถึงนโยบายการสร้างอนาคตให้กับประเทศไทย โดยมีนโยบายสำคัญเรื่องนวัตกรรม การขับเคลื่อนโครงการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการดูแลปากท้องประชาชน
นโยบายที่ได้ยินในวันนี้ยังเป็นเพียงนโยบายเบื้องต้น เพราะยังมีเวลาอีก 3 สัปดาห์ในการปรับให้กระชับ ตรงใจ และครอบคลุมมากขึ้น นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่หลายฝ่ายจะได้เรียนรู้และปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม เราได้เห็นผู้บริหารนโยบายของแต่ละพรรคและทีมงานที่เตรียมพร้อมแล้ว
“รู้สึกยินดีที่ทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับตลาดทุนในฐานะกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ทอดทิ้ง แต่กลับย้ำถึงความเชื่อมั่นซึ่งเป็นจุดบอดสำคัญของตลาดทุน หากไม่มีความเชื่อมั่น การพัฒนาจะเป็นเรื่องยาก”ดร.กอบศักดิ์ กล่าว
ดร.กอบศักดิ์ กล่าวว่า บางฝ่ายเสนอให้จัดตั้งศาลตลาดทุน ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่ดี เพราะที่ผ่านมาเราพึ่งพาศาลธุรกิจมานานแล้ว ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นสิ่งสำคัญ แม้อาจไม่จำเป็นต้องตั้งศาลใหม่ แต่การจัดเป็นแผนกพิเศษในศาลยุติธรรมก็จะช่วยสร้างความมั่นใจได้เช่นกัน
ขณะเดียวกัน หลายพรรคยังพูดถึงการสนับสนุนตลาดทุนผ่านมาตรการทางภาษี เช่น LTF และ SSF ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการลงทุนและทำให้ธุรกิจคึกคัก หากตลาดทุนเข้มแข็ง บริษัทก็เข้มแข็ง เศรษฐกิจก็เข้มแข็ง และประชาชนก็ได้รับประโยชน์ ประเทศไทยก็จะมีศักยภาพในการก้าวไปข้างหน้า
นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อดึงบริษัทเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การทำ IPO ของบริษัทขนาดใหญ่และ SME ถือเป็นโอกาสที่ดี นโยบายเหล่านี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุนตลาดทุน
ขณะเดียวกันยังมีนโยบายอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ เช่น การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งถือเป็นพัฒนาการสำคัญของประเทศ แต่ละพรรคต้องพิสูจน์ว่านโยบายใดทำได้จริงและแก้ปัญหาได้ตรงจุด
ดร.กอบศักดิ์กล่าวว่า หากนโยบายถูกต้อง ตลาดทุนจะกลับมา การตั้งเป้าหมายถือว่าเป็นสีสรร สิ่งสำคัญจริง ๆ คือการมีนโยบายหรือธุรกิจที่ใช่ เพราะหัวใจอยู่ที่การลงมือทำ เวทีเสวนาครั้งนี้ทำให้เห็นทิศทางนโยบายของรัฐบาลในอนาคต และเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้เห็นว่าใครจะพาธุรกิจไทยไปสู่อนาคต
พรรคการเมืองหลายพรรคยังให้คะแนนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งสะท้อนมุมมองต่อการพัฒนาตลาดทุน หัวใจสำคัญคือต้องปรับปรุงและพัฒนาตัวเอง และ FETCO ก็จะทบทวนตัวเองเหมือนกัน เพราะตลาดหุ้นไทยไม่ได้อยู่ในฐานะที่ดีเหมือนเดิม ไทยเคยเป็นตลาดทุนชั้นนำของภูมิภาค แต่ปัจจุบันสภาพคล่องลดลง
“จากเดิมที่เคยซื้อขายวันละ 5–6 หมื่นล้านบาท เหลือเพียง 2–3 หมื่นล้านบาท ดัชนีที่เคยอยู่ 1,700 จุดลดลงเหลือ 1,200 จุด และ IPO ที่เคยเป็นแชมป์ภูมิภาคกลับมีเพียงไม่กี่รายในปีที่ผ่านมา”ดร.กอบศักดิ์ กล่าว
ดร.กอบศักดิ์ เปรียบเทียบว่า วันนี้ตลาดทุนไทยเหมือนคนวัย 70–80 ปีที่เริ่มหายใจหอบ ต้องไปพบแพทย์เป็นประจำ ซึ่งเป็นสัญญาณไม่ดีและถึงเวลาที่ต้องเอาจริง การที่นักการเมืองวิจารณ์ว่าตลาดหลักทรัพย์และผู้กำกับดูแลยังไม่สร้างความประทับใจ ถือเป็นคำถามที่ดีและเป็นสิ่งที่ต้องนำกลับมาทบทวนเพื่อปรับปรุง
“หวังว่าผู้ที่แสดงวิสัยทัศน์และประกาศนโยบายในวันนี้ เมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้วจะทำตามแผนที่วางไว้ ซึ่งจะช่วยพัฒนาตลาดทุนให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะตลาดทุนคือหัวใจในการหมุนเศรษฐกิจไปข้างหน้า”ดร.กอบศักดิ์ กล่าว
ดร.กอบศักดิ์ กล่าวว่า หลายบริษัทในภาคธุรกิจและการเงินเริ่มต้นจากศูนย์ แต่เมื่อผ่านไป 20–30 ปี กลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ระดับภูมิภาคและระดับโลก เช่น ธุรกิจท่องเที่ยวที่มีโรงแรมทั่วโลก ซึ่งเป็นผลมาจากการอาศัยการระดมทุนผ่านตลาดทุน,การระดมทุนผ่านการออกหุ้นใหม่และหุ้นกู้ ทำให้ธุรกิจเติบโตและสร้างกำไรให้คนไทย แต่ก็ต้องยอมรับว่าตลาดทุนมีปัญหาและความเสี่ยงมากมาย ทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไขเพื่อให้ตลาดทุนกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
