HoonSmart.com>> “กระทรวงพาณิชย์” เผยเงินเฟ้อไทยเดือนธ.ค.68 ลดลง 0.28% ใกล้เคียงตลาดคาด หดตัว 9 เดือนติดต่อกัน คาด Q1/69 ลดลง 0.5% รอรัฐบาลใหม่กระตุ้นการบริโภค ท่องเที่ยวฟื้นและเร่งใช้จ่ายงบประมาณหนุน ด้านโบรกฯ คงมุมมองกนง.ลดดอกเบี้ย 1-2 ครั้งในปีนี้ มองบวกหุ้นกลุ่ม High Yield, โรงไฟฟ้า, เช่าซื้อ

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนธ.ค.2568 ลดลง 0.28%YoY (จากที่ตลาดคาด -0.22 ถึง -0.35%) โดยเป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 ส่งผลให้เงินเฟ้อปี 2568 ลดลง 0.14% โดยเป็นการติดลบในรอบ 5 ปี
ทั้งนี้ เงินเฟ้อที่ลดลงมีปัจจัยสำคัญจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง ตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลกและคณะกรรมการบริการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีมติปรับลดอัตราเงินจัดเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซลลง ประกอบกับราคาสินค้าในกลุ่มของใช้ส่วนบุคคลยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องจากการส่งเสริมการตลาดของผู้ผลิตและผู้ประกอบการ
ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) เดือนธ.ค.2568 ขยายตัว 0.59% y-y ต่ำกว่าตลาดคาดและเดือนพ.ย.68 ที่ 0.70% y-y และ 0.66% y-y ตามลำดับ

สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในไตรมาส 1/2569 กระทรวงพาณิชย์คาดหดตัว 0.50% y-y ถึงทรงตัว (ค่ากลาง -0.25% y-y) โดยปัจจัยที่ทำให้ลดลง ได้แก่ 1) ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกต่ำกว่าปีก่อนหน้า และ 2) ขาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลในช่วงเลือกตั้ง
ส่วนปี 2569 ยังคงคาดการณ์ในช่วง 0.0-1.0% (ค่ากลางอยู่ที่ 0.5%) ซึ่งปรับตัวสูงกว่าปี 2568

กระทรวงพาณิชย์ ยังคาดการณ์ปริมาณเงินจากการหาเสียงที่ถูกต้องตามกฎหมายเข้าสู่ระบบประมาณ 9,207.4 ล้านบาท ซึ่งจากสถิติกาเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่ได้ส่งผลต่อเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ แต่นโยบายของรัฐบาลหลังการเลือตั้งจะส่งผลให้อัตราเงินฟ้อปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะนโยบายกระตุ้นการบริโภคที่ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป มองเป็น Sentiment เชิงบวก ท่ามกลางเงินเฟ้อของไทยในช่วงผ่านมาและในอนาคตที่มีแนวโน้มไม่เป็นอุปสรรค์ต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งจะเป็นแรงหนุนต่อความหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของกนง.ในระยะถัดไป โดยเรายังคงมุมมองว่ากนง.จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 1 ครั้ง จำนวน 0.25% ในช่วงไตรมาส 1/2569 สู่ระดับ 1.00% p.a. และจากมุมมองข้างต้นส่งผลให้บล.ฟิลลิป มองเป็นแรงหนุนต่อหุ้นในกลุ่ม Yield play โดยเฉพาะที่อิงกับอัตราดอกเบี้ยในประเทศ อาทิ การเงิน และอสังหาริมทรัพย์
ขณะที่การชะลอตัวของ Core CPI แม้ยังไม่ได้บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะเงินฝืด แต่เรามองเป็นสิ่งที่ต้องจับตามมองในระยะถัดไป เนื่องจากการบริโภคในไตรมาส 1/69 มีแนวโน้มเป็นช่วงที่ขาดแรงส่งทางการคลัง
หุ้นเด่น AMATA, AP, BAM, KTC, LH, MTC, SAWAD, SC, SIRI, SPALI, WHA
ด้านบล.กรุงศรี ประเมิน เงินเฟ้อที่ลดลง ไม่เป็นข้อจำกัดของการพิจาณาปรับลดดอกเบี้ย กนง. ในช่วงถัดไป โดยปี 2569 คาด กนง. ลดดอกเบี้ยไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง มองบวกต่อหุ้นดอกเบี้ยขาลงหนุน อาทิ High Yield (ADVANC, PYLON, SC, AP) , โรงไฟฟ้า (GULF, EGCO, GPSC), เช่าซื้อ (MTC, KTC)
———————————————————————————————————————————————————–

