BEAUTY กำไร Q3/62 วูบ 84% เหลือ 51 ลบ. เซ่นเทรดวอร์ยืดเยื้อรายได้หด

HoonSmart.com>> “บิวตี้ คอมมูนิตี้” เปิดงบไตรมาส 3/62 กำไรสุทธิ 50.85 ล้านบาท หดตัวแรง 84% จากงวดปีก่อน รายได้ลดลง 58% ดีขึ้นจากไตรมาส 2/2562 กำไรเพิ่ม 8.7% ส่วน 9 เดือนกำไรเหลือ 167 ล้านบาท ลดลง 80% ผลกระทบสงครามการค้าฉุดยอดขาย ปรับกลยุทธ์เพิ่มช่องทางตลาดในจีน ขยายตลาดต่างประเทศ 10 แห่ง ลดพึ่งพาจีน

บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2562 กำไรสุทธิหดเหลือ 50.85 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.02 บาท ลดลง 84.54% จากงวดเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 328.99 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.11 บาท

ส่วน 9 เดือน ปี 2562 กำไรสุทธิ 167.17 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.06 บาท ลดลง 80.74% จากงวดเดียกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 867.75 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.29 บาท

ทั้งนี้ เมื่อเทียบผลงานไตรมาส 2/2562 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 3/2562 เพิ่มขึ้น 8.73% มาจากอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเล็กน้อย ประกอบกับบริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ดี

บริษัทฯ มีรายได้รวมในไตรมาส 3/2562 จำนวน 456.98 ล้านบาท ลดลง 57.75% จากงวดปีก่อน และลดลง 14.04% จากไตรมาส 2/2562 และงวด 9 เดือน ปี 2562 มีจำนวน 1,537.32 ล้านบาท ลดลง 45.95% จากงวดปีก่อน และ Same Store Sales Growth ที่งวด 9 เดือน เท่ากับ -47.55%

รายได้ที่ลดลงหลักๆ เป็นผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ทำให้สภาพเศรษกิจชะลอตัวลงต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยลดลงและสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดของกลุ่มธุรกิจเครื่องสำอางที่แข่งขันกันจัดโปรโมชั่นต่างๆ กระตุ้นยอดขายและเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด

สำหรับกำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/2562 ลดลง 59.10% จากงวดปีก่อนเหลือ 276.53 บาทและ 9 เดือน ปี 2562 ลด 49.56% จากงวดปีก่อน เหลือ 924.69 ล้านบาท สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ 60.85% ต่ำกว่างวดปีก่อนอยู่ที่ 62.72% แต่สูงกว่าไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 60.16% ส่วน 9 เดือน ปี 2562 เท่ากับ 60.57% ต่ำกว่างวดปีก่อนอยู่ที่ 65.16% โดยเป็นผลจากการทำโปรโมชั่นเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในภาวะการแข่งขันรุนแรง รวมทั้งให้ส่วนลดมากขึ้นเพื่อเปิดช่องทางการขายใหม่ๆ ในต่างประเทศ

ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 19.91% จากงวดปีก่อนเหลือ 215.66 ล้านบาท และลดลง 17.80% จากไตรมาส 2/2562

นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ คาดว่าจะสามารถสร้างการเติบโตต่อเนื่อง จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของธุรกิจ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคให้กลับมาคึกคักในช่วงปลายปี 62 ซึ่งบริษัทจะเดินหน้าทำการตลาดอย่างเต็มรูปแบบในทุกช่องทางการจัดจำหน่าย ออกโปรโมชั่นต่างๆจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายกับลูกค้าสมาชิก อาทิ กิจกรรมครบรอบ 12 ปี BEAUTY BUFFET โปรโมชั่น 11.11 เพื่อกระตุ้นยอดขาย

นอกจากนี้บริษัทยังมุ่งเน้นการเพิ่มยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยพัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ตลาดในประเทศจะมีการปรับคอนเซ็ปต์และรูปแบบของช่องทางจำหน่ายหลัก รวมทั้งพัฒนาโมเดลใหม่ๆในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น ส่วนช่องทางการจัดจำหน่าย Commerce Business เช่น E-Commerce, ช่องทางสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Product) จะช่วยผลักดันรายได้ให้เติบโตและรักษาอัตรากำไรสุทธิอยู่ในระดับที่ดี เนื่องจากช่องทางดังกล่าวมีต้นทุนดำเนินการต่ำ และเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงลดการพึ่งพิงตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

สำหรับตลาดต่างประเทศ ขยายไปในตลาดที่หลากหลายมากกว่า10 ประเทศ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เมียนมาร์ เวียดนาม ลาว ไต้หวัน ฮ่องกง บรูไน ญี่ปุ่น อินเดีย เป็นต้น โดยจะมุ่งเน้นขยายตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโต อาทิ จีน พม่า อินโดนีเซีย เวียดนาม

ในส่วนของตลาดจีนซึ่งถือเป็นตลาดสำคัญ เริ่มมีสัญญาณที่ดีจากการเพิ่มช่องทางจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้งในกลุ่มออนไลน์และออฟไลน์ ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าชาวจีนได้โดยตรง ประกอบด้วย แพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ของจีน (CBEC : Cross Border E-Commerce) และ ตลาดร้านค้าทั่วไป (General Trade) ตั้งเป้ามีจุดจำหน่ายสินค้าภายในสิ้นปีมากกว่า 33,000 จุดจำหน่าย จากปัจจุบันที่มีจุดจำหน่าย 28,000 แห่ง และมีกระแสตอบรับที่ดีจากช่องทาง E-Commerce ในประเทศจีน รวมถึงมีการทำการตลาดร่วมกับตัวแทนจำหน่าย เพื่อสร้างการยอมรับในสินค้าและแบรนด์ BEAUTY อาทิ เทศกาล วันคนโสด 11.11 หรือ Single Day ของอาลีบาบาในประเทศจีน สินค้าของบริษัทจำหน่ายผ่านช่องทาง TMALL เติบโตถึง 48 % เมื่อเทียบปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม การขยายธุรกิจหลายช่องทางทำให้ BEAUTY มีศักยภาพเติบโต การปรับกลยุทธ์โครงสร้างการจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้ได้รับคำสั่งซื้อสินค้าจากตัวแทนจำหน่ายประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ซึ่งสินค้า BEAUTY ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคจีนและประเทศเขตเอเซีย มีแนวโน้มการเติบโตเห็นได้ชัดเจน เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง