APCO แย้ม Q2 โตต่อเนื่อง ขยายตลาดทั้งใน-ตปท.

APCO แย้ม Q2 โตต่อเนื่อง ขยายตลาดทั้งใน-ตปท.

APCO เลื่อนขึ้น SET กระแสตอบรับดี เดินหน้าตามแผนขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ดึงผู้บริหารรุ่นใหม่ “ชินการ สมะลาภา” เสริมแกร่งกลยุทธ์การตลาด แย้ม Q2/61 โตต่อเนื่อง

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ (APCO) เจ้าของธุรกิจนวัตกรรมธรรมชาติเพื่อสุขภาพและความงามด้วยการวิจัย พัฒนา ผลิต และจำหน่ายครบวงจร เปิดเผยว่า การย้ายหลักทรัพย์เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของ APCO เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2561 บริษัทขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ให้ความสนใจ ซึ่งบริษัทจะใช้โอกาสจากการย้ายหลักทรัพย์นี้ มุ่งมั่นขยายกิจการให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท ตลอดจนสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุน

“บริษัทเดินหน้าดำเนินธุรกิจตามแผนที่วางไว้ ทั้งการขยายตลาดต่างประเทศ และขยายตลาดในประเทศด้วยกลยุทธ์การจำหน่ายในลักษณะ Multi-Channel ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในหลายหลายช่องทาง ทั้ง ช่องทาง BIM Health Center ช่องทาง APCODropship ช่องทาง Direct Service รวมถึงการส่งผลิตภัณฑ์ไปต่างประเทศ พร้อมกันนี้บริษัทได้แต่งตั้ง คุณชินการ สมะลาภา ดำรงตำแหน่งประธานฝ่ายปฏิบัติการ เข้ามาร่วมบริหารงานด้านกลยุทธ์การตลาด สร้างความแข็งแกร่งให้กับ APCO มากยิ่งขึ้น” ศ.ดร. พิเชษฐ์ กล่าว

สำหรับทิศทางการดำเนินงานไตรมาส 2/61 มีการเติบโตของยอดขายผ่านช่องทาง APCODropship ซึ่งฐานลูกค้ามีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับบริษัทเริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปยังผู้บริโภคประเทศสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ นอกจากนี้บริษัทยังมีการผลิตเครื่องสำอางให้กับบริษัทในประเทศจีน ขณะนี้เริ่มดำเนินการแล้ว อีกทั้งการทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ จัดโปรโมชั่นกระตุ้นการขายควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผลประกอบการงวดไตรมาส 1/61 บริษัทมีรายได้รวม 96.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 95.77 ล้านบาท จำนวน 0.42 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.44% และมีกำไรสุทธิ 25.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 24.13 ล้านบาท จำนวน 1.02 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4.24% ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 78.64 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 82.80% ซึ่งมียอดอัตรากำไรใกล้เคียงกันกับปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 26.48% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 25.62%