บลจ.กสิกรไทยเสิร์ฟตราสารหนี้นอก 6 เดือนเสี่ยงสูงจ่าย 3.10%

บลจ.กสิกรไทยเสิร์ฟตราสารหนี้นอก 6 เดือนเสี่ยงสูงจ่าย 3.10%

บลจ.กสิกรไทย ส่งกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้พิเศษ 6MA ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (KSF6MA-UI) เสิร์ฟนักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ ผลตอบแทน 3.10% ต่อปี ลงทุนตั๋วแลกเงินไม่ได้รับการจัดเครดิต IPO 16-21 พ.ค.2561 ลงทุนขั้นต่ำ 1 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนทั่วไปชูตราสารหนี้ 6 เดือนจ่าย 1.20% และ 12 เดือน อยู่ที่ 1.50%

นายชัชชัย สฤษดิ์อภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 16-21 พ.ค.2561 บลจ.กสิกรไทยจะเสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้พิเศษ 6MA ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (KSF6MA-UI) ประมาณการผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนคาดว่าจะได้รับที่ 3.10% ต่อปี โดยจะเน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) หรือที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ(Unrated) โดยไม่จำกัดอัตราส่วน และมีอายุโครงการประมาณ 6 เดือน เพื่อเสนอเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น ทั้งนี้กองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน

เบื้องต้นกองทุน KSF6MA-UI จะเน้นการลงทุนในตั๋วแลกเงินบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, ตั๋วแลกเงินบริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด, ตั๋วแลกเงินบริษัท บุญถาวรเซรามิค จำกัด, ตั๋วแลกเงินบริษัท รอแยลแคน อินดัสทรีส์ จำกัด ซึ่งทั้งหมดเป็นตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยเงินลงทุนส่วนน้อยจะลงทุนในตั๋วเงินคลัง หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทยจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนเมื่อครบอายุกองทุนประมาณ 6 เดือน และผู้ลงทุนต้องลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำ 1,000,000 บาท

นอกเหนือจากกองทุน KSF6MA-UI แล้ว เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุนทั่วไปที่ต้องการลงทุนในระยะเวลา 6 เดือน – 1 ปี ในระหว่างวันที่ 15-21 พ.ค.2561 บลจ.กสิกรไทยยังเปิดเสนอขายกองทุนใหม่ ได้แก่ กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน EZ (KFF6MEZ) ประมาณการผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนคาดว่าจะได้รับที่ 1.20% ต่อปี และกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1 ปี EJ (KFF1YEJ) ประมาณการผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนคาดว่าจะได้รับที่ 1.50% ต่อปี โดยทั้ง 2 กองทุนเบื้องต้นคาดว่าจะเข้าไปลงทุนในเงินฝาก Al Khaliji Commercial Bank, เงินฝาก Commercial Bank of Qatar และบัตรเงินฝาก Qatar National Bank, ประเทศกาตาร์ นอกจากนี้ยังลงทุนในเงินฝาก Bank of China และเงินฝาก Agricultural Bank of China, ประเทศจีน รวมถึงเงินฝาก Abu Dhabi Commercial Bank, ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทั้งนี้กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน และผู้ลงทุนสามารถลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำเพียง 500 บาท

ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ยังได้เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนต่อเนื่องให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนกับกองทุนตราสารหนี้แบบที่มีกำหนดอายุโครงการ (Fixed Term Fund) ของบลจ.กสิกรไทย ซึ่งเมื่อกองทุนครบกำหนดอายุโครงการ บริษัทจัดการจะนำเงินค่าขายคืนอัตโนมัติไปซื้อหน่วยลงทุนที่ผู้ลงทุนเลือกได้กองทุนใดกองทุนหนึ่งใน 3 กองทุน คือ กองทุนเปิดเค ตลาดเงิน (K-MONEY) กองทุนเปิดเค ตราสารรัฐระยะสั้น (K-TREASURY) หรือกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ระยะสั้น (K-SF) ของบลจ.กสิกรไทย