ASP คาดหุ้นลงไม่มาก แนะ EASW-INTUCH-ROBINS

HoonSmart.com>>บล.เอเซียพลัสจัดพอร์ตสัปดาห์นี้ คงน้ำหนักหุ้นไทย 40% คาดกรอบดัชนี 1,600 จุด บวกลบ 20 จุด แตะ 1,580 เด้ง แนวต้าน 1,635 จุด ได้แรงหนุนจากกำไรบจ.แข็งแกร่ง 2.66 แสนล้าน  การเมืองเดินหน้าโหวตนายกฯ ส่วนสงครามการค้าลากยาวจนกว่าจะประชุม G20 ปลายเดือนมิ.ย. 

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส (ASP) คาดแนวโน้มหุ้นวันที่ 21-24 พ.ค. 2562 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1600+- 20 จุด และยังคงน้ำหนักหุ้นไทย 40% ในธีมผู้เล่นในประเทศ และอัตราผลตอบแทนปันผลกว่า 4% เลือกบริษัทที่มีผลการดำเนินงานมีเสถียรภาพ เป็นหุ้นใหม่ที่เข้ารวมคำนวณในดัชนี MSCI แนะนำ EASW มูลค่าเหมาะสม 13.50 บาท INTUCH มูลค่าเหมาะสม 69.70 บาท ราคาหุ้นปรับตัวลงมามาก  อัตราผลตอบแทนปันผล 4.69% ภาพธุรกิจจะค่อยๆเห็นการฟื้นตัว ตามทิศทางของ ADVANC และคงน้ำหนักหุ้น ROBINS แม้ว่าผลตอบแทนเป็นลบค่อนข้างมาก แต่เชื่อว่ายังมีแนวโน้มเชิงบวกต่อการเติบโตของผลประกอบการ

สัปดาห์นี้แม้มีโอกาสปรับลงต่อ เชื่อว่าจะเริ่มแคบลง อยู่ในช่วงบน 1,580 และมีโอกาสรีบาวด์ มีแนวต้าน 1 ,635 ประเมินระดับดัชนีที่เป็นอยู่ปัจจุบันมี Downside ที่จำกัด

ตลาดจะได้รับการสนับสนุนจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง งวดไตรมาส 1/2562 รวมกว่า 2.66 แสนล้านบาท เป็นไปตามคาด ทำให้ประมาณการทั้งปีเป็นไปได้มากขึ้น พี/อีสิ้นปีประมาณ 15 เท่า ให้อัตราผลตอบแทนปันผลเฉลี่ย 3.5% ถือว่าเป็น Valuation ไม่แพง และปัจจัยการเมือง น่าจะเห็นการเริ่มต้นกระบวนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในรัฐสภาในไตรมาสสุดท้ายของเดือนพ.ค. ภาพน่าจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นมากขึ้น ส่วนประเด็นสงครามการค้ายังต้องติดตามและพัฒนายังคงผันผวน ยากที่จะสรุปก่อนการประชุม G20 ช่วงปลายเดือนมิ.ย.

สัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นปรับตัวลงหนัก 40.58 จุด คิดเป็น 2.46%จากสัปดาห์ก่อนหน้า มูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นเป็น 5.13 หมื่นล้านบาทต่อวัน เทียบเฉลี่ย 4.48  หมื่นล้านบาทตั้งแต่ต้นปี

ส่วนหุ้นต่างประเทศ คงน้ำหนักการลงทุน 15% แต่ปรับกองทุนทองคำออกและเปลี่ยนเป็นกองทุนที่ลงทุน Weight น้ำหนักของตลาดหุ้นทั่วโลกแทน  ส่วนตราสารหนี้ คงน้ำหนักไว้ที่ 20% ยังเชื่อว่าทิศทางดอกเบี้ยน่าจะทรงตัวระดับต่ำ หรืออาจเห็นการปรับลดลงในบางประเทศ ตัวเลือกการลงทุนยังคงคุมค่าเฉลี่ย Duration ไว้ที่ไม่เกิน 3 ปี

ขณะที่ตลาดการเงินมีน้ำหนัก  15% พักเงินรอจังหวะกระจายการลงทุนรอบใหม่ทางด้านการลงทุนตราสารทางเลือกน้ำหนัก 10% เลือกลงทุนเฉพาะ FCN ส่วน ELN มีความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดหุ้นไทย