พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ใหม่ : ใครได้ประโยชน์

โดย… ศักรินทร์ ร่วมรังษี ผู้ช่วยเลขาธิการ สายกฎหมาย สำนักงาน ก.ล.ต.


กฎหมายหลักทรัพย์ หรือ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ฉบับที่ 6 มีผลใช้บังคับแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาตลาดทุนไทยให้สามารถแข่งขันและมีมาตรฐานเทียบเท่าสากล สร้างความยืดหยุ่นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ออกหลักทรัพย์ และเพิ่มความคุ้มครองให้แก่ผู้ลงทุน กฎหมายใหม่นี้มีประโยชน์ต่อผู้มีส่วนร่วมในตลาดทุนหลายกลุ่ม

กลุ่มแรก คือ กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ซึ่งกฎหมายใหม่นี้จะสร้างความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจ โดยสร้างโอกาสให้สามารถนำเสนอบริการใหม่ ๆ ในตลาดทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการเกี่ยวกับการลงทุนที่ตอบโจทย์และเข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้ลงทุนด้วยต้นทุนที่เหมาะสม การปรับปรุงกฎหมายที่สำคัญในส่วนนี้คือการยกเลิกการกำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำไว้ในกฎหมาย แต่เปิดให้ ก.ล.ต. กำหนดตามความเหมาะสมกับลักษณะธุรกิจได้ ซึ่งถือว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบธุรกิจทั้งรายใหม่และรายเก่าได้มาก นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังเพิ่มความคล่องตัวให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจจัดการลงทุน หรือ บลจ. ที่ต้องมีการขอมติจากผู้ถือหน่วยหากต้องการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมหรือวิธีการจัดการให้สะดวกยิ่งขึ้น

กลุ่มที่สองคือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ใหม่จะเปิดทางให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สามารถเชื่อมโยงกับตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้แก่ ตลท. และอาจนำไปสู่การเพิ่มฐานผู้ลงทุนในต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น

กลุ่มผู้ออกหลักทรัพย์ ซึ่งรวมทั้งบริษัทที่ทำไอพีโอ และบริษัทจดทะเบียนต่าง ๆ โดยกฎหมายใหม่เปิดให้สามารถใช้ระบบ scripless หรือระบบไร้ใบหลักทรัพย์ ได้ตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การออกหลักทรัพย์จนไปถึงการรับฝากหลักทรัพย์ซึ่งทำผ่านศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. จะสร้างความสะดวกและลดขั้นตอนสำหรับผู้ออกหลักทรัพย์ตลอดจนผู้ถือหลักทรัพย์ได้เป็นอย่างมาก

และสำหรับกลุ่มผู้ลงทุน ซึ่งมีความสำคัญที่สุดนั้น ประโยชน์ที่กลุ่มผู้ลงทุนจะได้จากกฎหมายใหม่ฉบับนี้มีหลายด้านด้วยกัน อาทิ โอกาสในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการในตลาดทุนในรูปแบบใหม่ ๆ ได้มากขึ้นด้วยต้นทุนที่เหมาะสม และการได้รับความคุ้มครองมากขึ้นสำหรับผู้ที่ลงทุนในกองทุนรวม จากการที่กฎหมายกำหนดให้ บลจ. ต่าง ๆ ต้องดูแลป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการกระทำที่ไม่เป็นธรรม และเพิ่มข้อกำหนดให้ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของผู้ถือหน่วย ด้วยความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ

นอกจากนี้ ผู้ลงทุนจะได้ประโยชน์จากการที่กฎหมายใหม่ยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ให้เทียบเท่าสากล เพื่อให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และคำนึงถึงประโยชน์ของตลาดทุนและผู้ลงทุนอย่างรอบด้าน รวมถึงประโยชน์ที่จะได้รับในระยะยาวจากการที่กฎหมายมีการส่งเสริมการแข่งขันที่มากยิ่งขึ้นในตลาดทุน

ทั้งนี้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ใหม่ยังกำหนดให้มีการจัดตั้ง กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน หรือ CMDF เพื่อเป็นศูนย์กลางในการกำหนดนโยบายและบูรณาการงานด้านการพัฒนาตลาดทุนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยแยกบทบาทหน้าที่ในด้านการพัฒนาตลาดทุนออกจากการเป็นศูนย์กลางในการซื้อขายหลักทรัพย์ของ ตลท. โดย CMDF จะมีประธานกรรมการ ตลท. เป็นประธาน มีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ รวมถึงผู้จัดการ ตลท. และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยคณะกรรมการ CMDF จะมีการแต่งตั้งผู้จัดการ CMDF เป็นผู้ทำหน้าที่บริหารงานตามนโยบายของคณะกรรมการ เพื่อสร้างประโยชน์การพัฒนาตลาดทุนเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

สนใจรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติม “พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2562” คลิกอ่านที่ link
https://www.sec.or.th/TH/Pages/LawandRegulations/SECActNo6BE2562.aspx