MSCI เพิ่มหุ้นไทย 7.62 หมื่นลบ. SCB ร่วง เจอปัจจัยลบสองเด้ง

MSCI เพิ่มหุ้นไทย 7.62 หมื่นลบ. SCB ร่วง เจอปัจจัยลบสองเด้ง

HoonSmart.com>>หุ้นไทยบวก 5 จุด จากแรงไล่ซื้อที่ได้ประโยชน์ MSCI สรุป 4 หุ้นเข้าใหม่ 20 หุ้นมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ส่วน MTC ไม่หลุดโผ นักลงทุนขาย SCB ที่ถูกลดน้ำหนัก ผสมปัจจัยพื้นฐานอ่อนแอ บล.โนมูระพัฒนสิน คาดเม็ดเงินจะไหลเข้ามามากถึง 7.62 หมื่นล้านบาท หนุนให้ดัชนีขึ้นสู่ 1704-1760 ได้ถึงเดือนพ.ค.

ตลาดหุ้นวันที่ 1 เม.ย. ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวขึ้นเพียง 5.99 จุด หรือ 0.37% จุด ปิดที่ 1,644.64 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 44,506.99 ล้านบาท ถือว่าปรับขึ้นน้อยกว่าตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ที่ดีดขึ้นแรงมากกว่า 1% แม้ว่า MSCI จะประกาศเพิ่มน้ำหนักการลงทุนหุ้นไทย และมีแรงไล่ซื้อหุ้นที่ได้ประโยชน์มากกว่า 25 หุ้นก็ตาม ขณะเดียวกันมีแรงขายหุ้น SCB กดดันราคาหุ้นร่วงลง 2 บาทหรือ 1.52% ปิดที่ 130 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 2,092 ล้านบาท เพราะถูกลดน้ำหนักการลงทุนในรอบนี้ โดยนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 2,497 ล้านบาท ต่างชาติขายเล็กน้อย 193 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสินออกบทวิเคราะห์ว่า MSCI เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยใน MSCI-EM 0.5% จากเดิมอยู่ที่ 2.3% สู่ระดับ 2.8% คิดเป็นเงินทุนไหลเข้ารวม 2,400 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 7.62 หมื่นล้านบาท หลังประกาศยอมรับเงื่อนไขเกณฑ์ NVDR ในการนำหุ้นเข้าคำนวณในดัชนีในเดือนพ.ค. 2562 โดย SCB ถูกปรับลดน้ำหนักลง ขณะที่ BBL-F และ KBANK ได้รับการปรับเพิ่มน้ำหนัก ขณะเดียวกันมี 4 หุ้นได้รับเลือกเข้าใหม่ และ 20 หุ้นมีน้ำหนักการลงทุนเพิ่มขึ้น

บล.โนมูระ พัฒนสิน คาดน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นในรอบนี้จะเป็นแรงหนุนดัชนีตลาดหลักทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญในระยะกลาง(ถึงเดือนพ.ค.) เงินจาก Active Fund จะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยก่อน ส่งผลให้ดัชนีแกว่งตัวขึ้นสู่บริเวณ 1704-1760 ได้

“กลยุทธ์แนะนำหุ้นที่เข้า MSCI คือ INTUCH,RATCH,DTAC น่าจะปรับตัวมากกว่าตลาดมากที่สุด ส่วนกลุ่มที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ได้แก่ SCC,LH,BDMS,CPN,BH,HMPRO,MINT,CPF,KBANK จะเด่นที่สุด รวมถึง MTC จะมีแรงซื้อกลับ เนื่องจากไม่ได้ถูกถอดออกจากดัชนี จากเดิมคาดว่าจะหลุดรอบนี้ ส่วน SCB ถูกลดน้ำหนัก”บล.โนมูระพัฒนสิน

สำหรับการปรับปรุงเกณฑ์ครั้งนี้ MSCI เพิ่มน้ำหนัก China A-Shares และนำซาอุดิอาระเบีย และอาเจนตินาเข้าคำนวณดัชนีด้วย ส่งผลให้หลายประเทศถูกลดน้ำหนัก ได้แก่ เกาหลี ไต้หวัน อินเดียตามลำดับ ส่วนประเทศกลุ่ม TIPs ได้รับผลกระทบจำกัด โดยเฉพาะไทย ที่มียอดเงินไหลเข้าสุทธิ 7.62 หมื่นล้านบาท และถือเป็นประเทศที่มีเงินไหลเข้ามากที่สุดเป็นอันดับ 3 เป็นรอง จากซาอุดิอาระเบียและจีน

น.ส.จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า SCB มีแรงขายออกมาจนราคาหุ้นร่วงลงแรง นอกจากเหตุผลถูกลดน้ำหนักการลงทุนจาก MSCI แล้ว ยังเกิดจากปัจจัยพื้นฐาน คาดผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกจะเติบโตน้อย เนื่องจากธนาคารมีค่าใช้จ่ายในการลงทุนด้านระบบจำนวนมากกว่าธนาคารอื่น ขณะที่สินเชื่อจะลดลงตามฤดูกาลและนักธุรกิจชะลอการลงทุนเพื่อรอดูรัฐบาลใหม่

“มีลูกค้าสอบถามว่าจะซื้อหุ้น SCB ดีไหม เพราะจะได้เงินปันผล 4 บาทต่อหุ้น XD วันที่ 12 เม.ย.นี้ คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 3.07% ได้ให้คำตอบว่า หากคิดเฉพาะเรื่อง MSCI จะมีผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น คือวันที่คำนวณดัชนีใหม่ แต่ SCB ยังมีเรื่องปัจจัยพื้นฐานเข้ามากดดัน น่าจะเลือกลงทุนหุ้นตัวอื่นดีกว่า มีหุ้นหลายตัวที่ให้เงินปันผล 3% หรือมากกว่านั้น “น.ส.จิตรากล่าว

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กล่าวว่า ภาพรวมสินเชื่อในช่วงต้นปีที่ผ่านมายังชะลอตัวอยู่บ้าง ซึ่งเป็นภาวะปกติ จะมีการเร่งตัวมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยปีนี้มีความไม่แน่นอนจากต่างประเทศและในประเทศ ส่งผลถึงการลงทุนและความต้องการใช้สินเชื่อ

อย่างไรก็ตาม ธนาคารกสิกรไทยคาดว่าการขยายตัวของสินเชื่อในปีนี้ จะยังเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้โต 5-7% กลยุทธ์จะเน้นขยายพอร์ตกลุ่มสินเชื่อรายย่อยมากขึ้น มองว่าเป็นโอกาสที่สร้างผลตอบแทนที่ดี และมีความเสี่ยงที่ธนาคารควบคุมได้