หุ้นไทยแพงกว่าหลายตลาดเอเชีย

บอนด์ยีลด์สหรัฐขึ้นเหนือ 3% อีกครั้ง หุ้นเอเชียปิดบวกลบคละกัน อินโดนีเซียพุ่งแรงกว่า2% ไต้หวันยืนบวก ส่วนไทยยังถูกทิ้งต่อทั้งหุ้น-ตราสารหนี้ หุ้นไทยยังแพงเทียบหลายตลาดเพื่อนบ้าน

ดัชนีหุ้นไทยเหวี่ยงระหว่างวันกว่า 12 จุด จากติดลบ 9 จุดมาบวก 3จุดก่อนอ่อนตัวปิดติดลบ 3.35 จุด ตามแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ จำนวน 1,839 ล้านบาท และยังคงขายต่อในตลาดตราสารหนี้ไทย 45 ล้านบาท ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนใกล้ระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนตลาดหุ้นอินโดนีเซียที่ถูกต่างชาติขายหนักเช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทย เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ดัชนีJakarta Composite ดีดกลับแรง2.31% เพิ่มขึ้น133 จุด ปิดที่ระดับ 5,907.94 จุด ตลาดหุ้นไต้หวันปิดที่ 10,703.35 จุด เพิ่มขึ้น 11.97 จุด บวก0.11%

อย่างไรก็ตาม หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า สหรัฐจะถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน และจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ต่ออิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงขึ้น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ(บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปี ขึ้นเหนือ 3.00% เป็นแรงกดดันต่อตลาดหุ้นอีกครั้ง

บริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัสออกบทวิเคราะห์ นักลงทุนต่างชาติยังเดินหน้าขายสุทธิหุ้นทุกประเทศในภูมิภาคติดต่อกันเป็นวันที่ 5 รวมกว่า 275 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2561 ที่ผ่านมา เริ่มจากไต้หวันขายสุทธิ 176 ล้านเหรียญ (ขายสุทธิเป็นวันที่ 6) ตามมาด้วยอินโดนีเซีย 48 ล้านเหรียญ (ขายสุทธิเป็นวันที่ 11), ฟิลิปปินส์ 9 ล้านเหรียญ (หลังซื้อสุทธิเพียงวันเดียว), และไทยที่ถูกต่างชาติขายสุทธิอีก 43 ล้านเหรียญ หรือ 1.36 พันล้านบาท (ขายสุทธิเป็นวันที่ 11 มีมูลค่ารวมกว่า 2.32 หมื่นล้านบาท) ต่างกับสถาบันในประเทศที่สลับมาซื้อสุทธิ 587 ล้านบาท (หลังขายสุทธิเพียงวันเดียว)

ส่วนทางด้านตลาดตราสารหนี้ไทย ต่างชาติขายสุทธิ 1,090 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน เม.ย. 61 จนถึงปัจจุบันราว 4.05 หมื่นล้านบาท

“ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าตอกย้ำเงินทุนที่ไหลออกอย่างต่อเนื่อง และหากพิจารณาดัชนีหุ้นไทยเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2560 ยังให้ผลตอบแทนเป็นบวก ถือว่า สูงกว่าตลาดเพื่อนหลายแห่ง คือ จีน อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์”

นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยสิ้นเดือนเม.ย. ปิดที่ 1,780.11 จุด เพิ่มขึ้น 1.5% จากสิ้นปี 2560 และ เพิ่มขึ้น 0.2% จากสิ้นเดือนก่อน

“หุ้นอาเซียนเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่แตกต่างกันในเดือนเม.ย. โดยหุ้นไทย สิงคโปร์และมาเลเซียเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ปรับตัวลดลง โดยต่างชาติขายหุ้นไทย 21,404 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหลักทรัพย์อื่นในภูมิภาคและยังขายสุทธิในตลาดตราสารหนี้ไทย”นายภากรกล่าว

ส่วนอัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทย อยู่ที่ 2.87% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียที่ 2.56%