HoonSmart.com>>บล.ดาโอ (ประเทศไทย) เปิดโผกลุ่มหุ้นได้ประโยชน์-ได้รับผลกระทบ จากราคามันดิบร่วงต่ำสุดรอบ 2 เดือนหลัง พรรคเดโมแครต ชนะเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ กระทบกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น คัดหุ้นเด่นแนะนำ AOT , BGRIM , CENTEL, CK, OSP

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) เปิดเผยหุ้นที่ได้ประโยชน์/กระทบจากราคาน้ำมันลงหลังเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ หลังจากราคาน้ำมันลงแรงหลังหลังการเลือกตั้งกลางเทอม US วานนี้ พรรคเดโมแครต (Democrats) คว้าชัยชนะเหนือพรรครีพับลิกัน (Republican) ในการเลือกตั้ง กลางเทอมของสหรัฐอเมริกา (US) โดยครองที่นั่งเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร โดยผลการเลือกตั้งล่าสุด ณ เวลา 17.00 น. ตามเวลา ไทย พบว่าพรรคเดโมแครตได้ที่นั่งในวุฒิสภาแล้ว 54 ที่นั่ง จากทั้งหมด 100 ที่ นั่ง ขณะที่คว้าที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรแล้วมากกว่า 242 ที่นั่ง จากทั้งหมด 435 ที่นั่ง ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งหรือ 218 ที่นั่ง และยังมีโอกาสได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น เนื่องจาก ยังคงรอผลการเลือกตั้งในอีกหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในรัฐอะแลสกา (Alaska) และรัฐมิสซิสซิปปี (Mississippi) ที่คะแนนยังคงสูสี
ความคาดหวังสูงขึ้นว่าสงครามจะจบลง หลังจากที่พรรค Republican สูญเสียอำนาจในสภาคองเกรส (Congress) ไป ปัจจุบันประธานาธิบดี US เผชิญกับทางเลือกระหว่างการถอนตัวจากสงครามกับอิหร่านโดยการเจรจา หรือการยกระดับความขัดแย้งที่เสี่ยงกว่า โดยการเผชิญหน้ากับสภา Congress ที่พรรค Democrats ถือเสียงข้างมากจะจำกัดทางเลือกทางทหาร และทำให้มีแรงจูงใจที่มากขึ้นที่จะบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ทั้งนี้เมื่อวันอังคารที่ ผ่านมาประธานาธิบดี US กล่าวว่า US ไม่มีแผนที่จะโจมตีอิหร่านในทันทีหลัง การเลือกตั้ง
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงต่ำที่สุดในรอบ 2 เดือน วานนี้ ราคาซื้อขายล่วงหน้า น้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลง 8.7% เป็น 94.6 เหรียญ/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุด นับตั้งแต่ 31 ส.ค.2026 (ทีม่า: Reuters, Bloomberg, The Standard)
บล.ดาโอ ยังคงคาดราคาน้ำมันจะกลับสู่ระดับปกติมากขึ้นใน 2027E หลังประธานาธิบดี US มีแรงสนับสนุนที่ลดลงในสภา Congress ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความก้าวหน้าในการเจรจาเพื่อยุติสงคราม อย่างไรก็ดี เราเห็นถึง upside ที่เป็นไปได้ต่อสมมติฐานราคาน้ำมันดูไบเฉลี่ยปีนี้ที่ 85.0เหรียญ/บาร์เรล
พร้อมกันนี้มองบวกต่อ sector และหุ้นพื้นฐานดีที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง โดยบล.ดาโอ ชอบหุ้น 5 ตัว คือ AOT (ซื้อ/เป้า 73.00 บาท), BGRIM (ซื้อ/เป้า 25.00 บาท), CENTEL (ซื้อ/เป้า 48.00 บาท), CK (ซื้อ/เป้า 23.00 บาท), และ OSP (ซื้อ/เป้า 22.00 บาท)
(+) กลุ่มท่องเที่ยว (Overweight): หนุนให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นได้ โดยหุ้นที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่ CENTEL (ซื้อ/เป้า 48.00 บาท), ERW (ซื้อ/เป้า 4.20 บาท), MINT (ซื้อ/เป้า 26.00 บาท), SHR (ถือ/เป้า 1.70 บาท)
(+) Aviation (Overweight): ได้ sentiment เชิงบวกจากปัจจัยกดดันด้านต้นทุนน้ำมันที่ลดลง และช่วยหนุนการเดินทางท่องเที่ยว หุ้นที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ AOT (ซื้อ/เป้า 73.00 บาท), SAV (ซื้อ/เป้า 14.50 บาท) และ AAV (ถือ/เป้า 1.12 บาท) อย่างไรก็ตาม AAV อาจยังมีผลขาดทุนมากใน 3Q26E
(+) กลุ่มค้าปลีก (Overweight): ต้นทุนน้ำมันลดช่วยลดเเรงกดดันค่าขนส่งและหนุนกำลังซื้อผู้บริโภคในระยะสั้น ส่งผลบวกต่อ traffic และ SSSG โดยหุ้นที่คาดได้อานิสงส์ ได้เเก่ BJC (ซื้อ/เป้า 22.00 บาท), CPAXT (ซื้อ/เป้า 17.00 บาท), CPALL (ซื้อ/เป้า 63.00 บาท)
(+) กล่ม Food & Beverage (Neutral): รับอานิสงส์เชิงบวกจากต้นทุนพลังงาน 2-4% of COGS และ raw & packaging materials ปรับตัวลดลง โดยหุ้นที่ได้อานิสงส์ได้แก่ OSP (ซื้อ/เป้า 22.00 บาท), CBG (ซื้อ/เป้า 67.00 บาท), SAPPE (ซื้อ/เป้า 41.00 บาท)
(+) กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (Neutral): เนื่องจากมีต้นทุนน้ำมันคิดเป็นราว 1-2% รวมถึงราคาน˚้ำมันที่ปรับตัวลงอาจส่งผลให้ต้นทุนวัสดุอื่นๆ ลดลงด้วย โดยหุ้น ที่คาดได้อานิสงส์ ได้แก่ CK (ซื้อ/เป้า 23.00 บาท), STECON (ถือ/เป้า 19.00 บาท)
(+) กลุ่มค้าปลีกน้ำมัน (Neutral): ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงทำให้ต้นทุนน้ำมัน ต่ำลงมีโอกาสลดแรงกดดันต่อสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าการตลาด OR (ถือ/เป้า 13.00 บาท) และ PTG (ถือ/เป้า 8.00 บาท)
(+) Agri & Food (Non-rated): ได้อานิสงส์จากต้นทุนโดยรวมลดลง เช่น ต้นทุนขนส่ง รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่ได้รับผลกระทบจากราคาน˚้ำมัน โดยหุ้นที่ คาดได้อานิสงส์ได้แก่ ITC (ซื้อ/เป้า 21.00 บาท), TU (ซื้อ/เป้า 16.00 บาท), AAI (ถือ/เป้า 4.00 บาท)
มองเป็นลบต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น คาดราคาน้ำมันที่ลดลงจะส่งผลลบต่อหุ้นน้ำมัน (โดยเฉพาะพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น)
(-) กลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น: เราเชื่อว่า PTTEP จะได้รับผลกระทบจาก ราคาขายน้ำมันเฉลี่ย (liquid ASP) ที่ปรับตัวลดลงแรง ในขณะที่ โรงกลั่นน่า อาจจะเห็นขาดทุนจากสต๊อก (stock loss) ที่เป็นไปได้ที่ ทั้งนี้ เราแนะนำ PTTEP (ซื้อ/เป้า 180.00 บาท), TOP (ถือ/เป้า 70.00 บาท), SPRC (ถือ/เป้า 12.00 บาท) และ BCP (ถือ/เป้า
