HoonSmart.com>> ASTR เดินหน้าขยายธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล จับตา MOU ศึกษาลงทุนผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลรายสำคัญของไทย

บริษัท แอสตรา เอ็นเตอร์ไพรส์ (ASTR) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อศึกษาการลงทุนในผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลรายสำคัญของไทยที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบกิจการ (Due Diligence)
หากธุรกรรมสำเร็จ จะเป็นอีกก้าวของ ASTRA ในการต่อยอดจากธุรกิจ Digital Asset Treasury หรือการถือสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการลงทุนระยะยาวของบริษัทเอง ไปสู่ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ครอบคลุมมากขึ้น
ความน่าสนใจอยู่ที่ความเร็วในการเข้าทำธุรกรรมซื้อขายหุ้นของบริษัทเป้าหมายภายในเวลาเพียงหนึ่งปี ASTRA เดินหน้าเสริมธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการเข้าซื้อ Rakkar Digital ในเดือนเมษายน 2569 เพื่อเพิ่มบริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Custody) ตามด้วยการลงนาม MOU ศึกษาการลงทุนในธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (Asset Management) ในเดือนมิถุนายน เพื่อรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เชื่อมโยงกับสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้กรอบกำกับดูแล ก่อนมาถึงการศึกษาธุรกรรมล่าสุดที่อาจช่วยขยายช่องทางการให้บริการ
เมื่อมองความเคลื่อนไหวเหล่านี้ร่วมกัน เริ่มเห็นภาพว่า ASTRA ไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มสินทรัพย์ในพอร์ต แต่กำลังวางองค์ประกอบของ แพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Infrastructure Platform) ตั้งแต่การเก็บรักษาสินทรัพย์ การพัฒนาและบริหารผลิตภัณฑ์การลงทุน ไปจนถึงการนำเสนอบริการแก่ลูกค้า
สิ่งที่ธุรกรรมล่าสุดอาจเข้ามาเติมเต็ม อาจเป็นการเชื่อมต่อกับธุรกิจ Custody ที่มีอยู่ และ Asset Management ที่อยู่ระหว่างการศึกษา เพื่อพัฒนาความสามารถที่ครอบคลุมตั้งแต่การเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัล การเก็บรักษาสินทรัพย์ ไปจนถึงการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุน เช่น ศูนย์ซื้อขายหรือนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นต้น
ในมุมนี้ มูลค่าเชิงกลยุทธ์ของดีลจึงไม่ได้อยู่เพียงแค่การเพิ่มธุรกิจหรือใบอนุญาตใหม่ แต่คือการนำความสามารถที่เดิมอยู่แยกกันมาเชื่อมต่อกัน โดย Custody ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการเก็บรักษาสินทรัพย์ Asset Management ช่วยต่อยอดสินทรัพย์เหล่านั้นไปสู่ผลิตภัณฑ์การลงทุน ขณะที่แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลจะเป็นช่องทางบริการที่ช่วยให้ผลิตภัณฑ์และบริการเข้าถึงผู้ลงทุนได้กว้างขึ้น
ทิศทางดังกล่า วสอดคล้องกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ที่กำลังขยายจากการซื้อขายเพียงอย่างเดียว ไปสู่บริการที่หลากหลายขึ้น ทั้งการรับฝากสินทรัพย์และผลิตภัณฑ์การลงทุน ภายใต้การกำกับดูแล เช่น เกณฑ์ Bitcoin หรือ Ethereum ETF ที่มีผลตั้งแต่ 16 ตุลาคม 2569 ซึ่งกำหนดให้ใช้กองทุน ETF ต้องใช้ผู้รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตฯจากกระทรวงการคลัง และการเปิดให้กองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้ตั้งแต่ 16 มกราคม 2568 ทำให้ความสามารถในการเชื่อมต่อบริการเหล่านี้เข้าด้วยกันมีความสำคัญมากขึ้น
ทั้งนี้ ASTR ยังไม่ได้เปิดเผยชื่อคู่สัญญาของธุรกรรมดังกล่าว โดย MOU นี้เป็นการศึกษาความเป็นไปได้ และการลงทุนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานะกิจการ การเจรจาเงื่อนไขทางการค้า และการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท รวมถึงการอนุมัติอื่นที่เกี่ยวข้อง และจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมตามความคืบหน้าของธุรกรรมและหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ
