HoonSmart.com>>บล.บัวหลวง ประเมินตลาดหุ้นไทยเดือนพ.ย.ยังต้องระวังความผันผวนในสัปดาห์แรกจากปัจจัยต่างประเทศและสงคราม ประเมินแนวรับระยะสั้น 1,480-1,500 จุด ชูกลยุทธ์เน้นหุ้นทนความผันผวนทางเศรษฐกิจและรับอานิสงส์ TISA ในปีหน้า ได้แก่ CPN-OSP-ICHI- TLI-BDMS และ TRUE พร้อมแนะนำสะสมหุ้นกำไรโต AWC-CRC และเก็งกำไรระยะสั้น GULF-EGCO รับข่าวเสนอ ครม. พิจารณาร่างเกณฑ์ Data Center
นายพิริยพล คงวาณิช,IAA นักกลยุทธ์/ผู้จัดการกองทุน/นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง วิเคราะห์ ตลาดหุ้นเดือน พ.ย. คาดผันผวนสูง โดยเฉพาะสัปดาห์แรกที่มีทั้งข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ การเลือกตั้ง และความเสี่ยงสงคราม: ปัจจัยต่างประเทศเริ่มจากดัชนีภาคการผลิตสหรัฐฯ (ISM) ใน วันจันทร์ที่ 2 พ.ย. หากแข็งแกร่งกว่าคาดอาจเพิ่มความกังวลดอกเบี้ยสูงต่อเนื่องและกดดันสินทรัพย์เสี่ยง ตามด้วยการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ใน วันอังคารที่ 3 พ.ย. และความไม่แน่นอนของทิศทางสงครามหลังเลือกตั้ง ซึ่งอาจกระตุ้นแรงขายลดความเสี่ยง ส่วนการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ (Nonfarm Payrolls) ใน วันศุกร์ที่ 6 พ.ย. หากการจ้างงานและค่าจ้างสูงกว่าคาด อาจเพิ่มความกังวลว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ย
ฝั่งไทยติดตามร่างเกณฑ์ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่เตรียมเสนอ ครม. ในวันอังคารที่ 3 พ.ย. ตามกำหนดที่รายงาน: ความชัดเจนอาจหนุนความเชื่อมั่นต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน โดยต้องติดตามเงื่อนไขและมติจริง ควบคู่กับเงินเฟ้อไทยเดือน ต.ค. ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ของเราคาดเพิ่มเป็น 3% YoY จาก 2.8% ในเดือนก่อน
ผลประกอบการ 3Q69 และแนวโน้ม 4Q69 ยังเป็นตัวกำหนดการเลือกหุ้น ควบคู่ความคืบหน้า TISA: โดยติดตามการอนุมัติ สิทธิภาษีสินทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ และวันเริ่มใช้ ซึ่งอาจหนุนเม็ดเงินลงทุนระยะยาวเข้าสู่หุ้นปันผล
แรงซื้อจาก TISA อาจหนุนหุ้นปันผลมากกว่าดัชนีโดยรวม แม้ในอดีตแรงซื้อต่างชาติทุก 1 หมื่นล้านบาท หนุน SET ได้ประมาณ 20 จุด แต่เราประเมินว่าแรงซื้อจาก TISA อาจไม่ต่อเนื่องเท่าเงินต่างชาติ จึงส่งผลต่อดัชนีน้อยกว่า โดยคาดประโยชน์จะกระจุกในหุ้นปันผลที่เหมาะกับการลงทุนระยะยาวในปีหน้า
การประกาศ GDP งวดไตรมาสที่ 3/2569 ของไทย คาดในวันจันทร์ที่ 16 พ.ย. อาจมีประเด็นบวกจากการปรับข้อมูลภาคการผลิต: หากมีการปรับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ให้สะท้อนโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่มากขึ้น ทั้งน้ำหนักและกลุ่มตัวอย่าง โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ และทำให้ตัวเลขการผลิตสูงขึ้น อาจเปิดโอกาสให้นักเศรษฐศาสตร์ของเราปรับประมาณการ GDP ปี 2568 จาก 2% เป็น 2.2% และปี 2570 จาก 2.5% เป็น 2.7%
กลยุทธ์ลงทุนเดือน พ.ย. (Market Strategy)
“เดือน พ.ย. ยังต้องระวังความผันผวน โดยเฉพาะสัปดาห์แรก เพราะเราประเมินว่าความเสี่ยงสงครามยังสูงและอาจกดดันหุ้นไทยต่อ”
แม้ภาวะขายมากเกินไปเปิดโอกาสให้ SET มีโอกาสเห็นแรงซื้อกลับระยะสั้นที่ 1,480-1,500 จุด แต่ยังไม่เพียงพอให้เพิ่มความเสี่ยงทั้งพอร์ต: สัดส่วนหุ้นที่ทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 4 สัปดาห์ เพิ่มเป็น 35% สูงสุดในรอบ 1 เดือน หรือ +2.0 SD เทียบค่าเฉลี่ย 1 ปี ขณะที่สัดส่วนหุ้นที่มี RSI ต่ำกว่า 30 ซึ่งอยู่ในภาวะขายมากเกินไป เพิ่มเป็น 11% สูงสุดในรอบ 10 เดือน หรือ +2.0 SD เทียบค่าเฉลี่ย 1 ปี จึงมีโอกาสเห็นแรงซื้อคืนระยะสั้น (Oversold Rebound) แต่ความเสี่ยงสงครามที่ยังสูงทำให้ควรใช้จังหวะฟื้นตัวเลือกลงทุนรายตัว
ให้น้ำหนักหุ้นปันผลและธุรกิจที่ทนต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจ (Defensive–Yield Play) ซึ่งกำไรแข็งแรง มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อเนื่อง ยังมีแรงซื้อต่างชาติสนับสนุน พร้อมเริ่มเห็นราคายืนรับแรงขาย (Price Absorption) แม้ตลาดลงแรง:
แบ่งการลงทุนเป็น 3 กลุ่ม
1) กลุ่มปันผลและ Defensive CPN คาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 2027 ที่ 4.2%, OSP 5.2%, ICHI 7.6%, TLI 5.8%, BDMS 4.2% และ TRUE 4.2% รับทั้งปันผลและโอกาสจาก TISA ในปีหน้า
2) กลุ่มกำไรเด่นไตรมาส 3Q-4Q26 (Earnings Play) AWC และ CRC
3) กลุ่มเก็งปัจจัยเฉพาะ (Event Play) GULF และเก็งกำไรระยะสั้น EGCO (Non-rated) ความคืบหน้าร่างเกณฑ์ Data Center ที่เตรียมเสนอ ครม. ในวันอังคารที่ 3 พ.ย.
